เป็นข้าสิถึงจะถูก” องค์ชายรัชทายาทพูดพร้อมปรายตามองอวี่อ๋องด้วยสายตาเย็นชา
บรรยากาศตึงเครียดระหว่างองค์ชายทั้งสองกลับมาอีกครั้ง
เหลียนฟู่ถอนหายใจออกมาเบาๆ องค์ชายทั้งสองตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพี่น้องโจ่งแจ้งเกินไป ความจริงที่ว่าองค์ชายสามไม่อยู่ในที่แห่งนี้ด้วยก็อาจเป็นไปได้มากว่าเขาโดนสกัดดาวรุ่งไปแล้ว มิเช่นนั้นทั้งอวี่อ๋องและองค์ชายรัชทายาทคงไม่กระโจนออกมาด้วยท่าทางราวกับว่าองค์ชายสามจะไม่โผล่มาอีกแล้ว และแย่งกันเป็นผู้รับโลงศพเช่นนี้แน่
แต่ในสถานการณ์นี้ถึงอย่างไรก็ต้องมีคนหนึ่งเป็นผู้รับไปแทนเพื่อให้พิธีเดินหน้าต่อได้ เหลียนฟู่เองก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน
“ขันทีเหลียน โปรดตัดสินใจเถิด… ท่านพ่อไว้ใจท่านที่สุดในยามที่พระองค์ยังมีชีวิตอยู่” อวี่อ๋องเอ่ยพร้อมมองหน้าเหลียนฟู่
“องค์ชายโปรดระวังคำพูดด้วยพะย่ะค่ะ การรับโลงพระศพนี้เป็นกิจที่สำคัญมากเกินกว่าจะมาคิดตัดสินใจกันได้ง่ายๆ เช่นนี้ เรารอกันอีกหน่อยเถิด หากองค์ชายสามยังไม่มา องค์ชายทั้งสองจะเป็นผู้รับโลงพระศพไปพร้อมกัน” เหลียนฟู่เอ่ย
อวี่อ๋องจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ จากนั้นก็หัวเราะในลำคอ จีเฉิงเสวี่ยไม่มาอย่างแน่นอน จึงไม่มีเหตุอันใดให้ต้องรอ ทำเช่นนี้จะเป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆ กระนั้นอวี่อ๋องก็ทำได้แค่คิด เขายังคงต้องปั้นหน้าทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไป
องค์ชายรัชทายาทเองก็คิดเช่นเดียวกัน ทั้งสองหันมามอง