หน้ากันก่อนจะเบือนหน้าไปคนละทาง
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนเหล่าข้าราชการและทหารเริ่มกระสับกระส่าย ต่างพากันกระซิบกระซาบเป็นระยะ
เหลียนฟู่เหลือบมองคนเหล่านั้นก่อนหันไปมองทางอื่นแล้วลอบถอนใจอยู่ภายใน
“หัวหน้าขันทีเหลียน ป่านนี้น้องสามยังไม่มาเลย ทำเช่นนี้ข้าว่าเป็นการไม่เคารพท่านพ่อ แล้วคนแบบนี้จะมาสืบทอดราชบัลลังก์ต่อได้อย่างไรกัน การรับโลงพระศพเป็นเรื่องสำคัญที่ควรให้ข้าทำแทน” องค์ชายรัชทายาทเปิดปากพูดอีกครั้ง
อวี่อ๋องเองก็เถียงกลับไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน
แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังทุ่มเถียงกันอยู่นั้น มุมปากของเหลียนฟู่ก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อมองไปที่ระยะไกล ร่างสองร่างปรากฏขึ้นที่ทางเข้าประตูมายาสวรรค์ และกำลังค่อยๆ เดินเข้ามาช้าๆ
“พี่ชายทั้งสองของข้า ข้าขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง แต่การรับโลงพระศพนี้พวกท่านไม่จำเป็นต้องลำบากทำหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าก็แล้วกัน ไหนๆ… ข้าก็เป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อนี่นะ”
เสียงเย็นดังจากที่ไกลๆ มาเข้าหูองค์ชายรัชทายาทและอวี่อ๋อง เสียงนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดใส่คนทั้งสอง พวกเขารู้สึกไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินแม้แต่น้อย
รูม่านตาของเจามู่เฉิงหดแคบ เขารู้สึกงุนงงเป็นอันมาก จนต้องหันไปมองจีเฉิงเสวี่ยด้วยตาตนเอง
เซียวเยวี่ยเดินตามจีเฉิงเสวี่ยมาด้วยสีหน้าจริงจัง ทั้งสองใส่ชุดไว้ทุกข์ กำลังเดินเข้ามาใกล้ท้องพระโรงเรื่อยๆ
ไม่นานนักจีเฉิงเสวี่ยก็มายืนอย