้ว” ปู้ฟางพึมพำกับตนเอง ขณะเก็บสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงอีกครึ่งที่เหลือลงในตู้เก็บของของระบบ
เมื่อชายหนุ่มหันกลับไปมองหนี่หยันอีกครั้ง ก็พบว่าดวงตาของอีกฝ่ายเจือด้วยความอิจฉาเล็กน้อยขณะจ้องมาที่ข้อมือของเขา
“เจ้ามีอุปกรณ์กึ่งเทพนี่นา…”
“อุปกรณ์กึ่งเทพรึ” ชายหนุ่มดูงุนงงเล็กน้อย
หนี่หยันหันมองไปทางอื่น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาด ก่อนที่นางจะจึ๊ปากหนึ่งที อุปกรณ์กึ่งเทพเป็นของหายากยิ่งกว่าสิ่งใดในทวีปมังกรซ่อนเร้น… แม้สำนักความลับแห่งสวรรค์จะเก็บข้อมูลทุกอย่างบนโลกนี้ แต่พวกเขาก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์กึ่งเทพของปู้ฟางแต่อย่างใด
หากมีดทำครัวนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นกลุ่มควันบางสีเขียว และสลายตัวไปเป็นรอยสลักบนข้อมือปู้ฟาง หนี่หยันก็คงไม่มั่นใจว่ามีดทำครัวที่เห็นเป็นอุปกรณ์กึ่งเทพจริงหรือไม่
“แต่ว่า… อุปกรณ์กึ่งเทพที่เป็นมีดทำครัวเช่นนั้นรึ” สีหน้าของหนี่หยันประหลาดยิ่งกว่าเดิม “ช่างทำเครื่องมือคนไหนมันทั้งบ้าทั้งว่างขนาดใช้เวลาตีมีดทำครัวอุปกรณ์กึ่งเทพกันนะ”
“อ๊าก!”
ตอนที่หนี่หยันและปู้ฟางกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเองนั้นเอง จีเฉิงเสวี่ยที่เพิ่งกินสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงไปครึ่งหนึ่งก็กรีดร้องออกมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ราวกับมีไฟแห่งนกปักษาเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่หลังกระจกตา
กระบวนการเกิดใหม่ในกองเพลิงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ส่วนจีเฉิงเสวี่ยจะรอดชีวิตมาได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่ก