ับข้าอย่างไรรึ” อวี่อ๋องยิ้มออกมาก่อนกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ปัง ปัง ปัง!
ร่างทั้งสองพุ่งเข้าต่อกรกันพัลวัน การปะทะก่อให้เกิดกระแสพลังปราณทะลักเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบ ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ
ทว่าจีเฉิงเสวี่ยนั้นมีปราณเพียงระดับห้าขั้นราชันยุทธการ สุดท้ายผลจึงออกมาว่าเขาย่อมเทียบอวี่อ๋องไม่ได้ ชายหนุ่มกระอักเลือดกระเซ็นไปในอากาศ ร่างของเขาค่อยๆ ถอยร่นไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายก็พุ่งเข้ากระแทกกำแพงอย่างแรง จนทำให้กำแพงพังลงทั้งแนว
อวี่อ๋องยิ้มอย่างเลือดเย็น ขณะรวบรวมพลังปราณในฝ่ามือแล้วเอ่ย “ลาก่อน น้องชายข้า”
สายตาของอวี่อ๋องไร้ซึ่งความรู้สึกขณะดันฝ่ามือเข้าหาจีเฉิงเสวี่ยที่นอนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง หากการโจมตีนี้สำเร็จ อวี่อ๋องมั่นใจว่าจีเฉิงเสวี่ยจะต้องตายอย่างแน่นอน
จีเฉิงเสวี่ยจ้องอวี่อ๋องพร้อมยิ้มอย่างขมขื่น ถึงจะมีคำพูดที่ว่าในหมู่ราชวงศ์นั้นไม่มีคำว่าญาติมิตร แต่เขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าอวี่อ๋องจะเลือดเย็นถึงเพียงนี้
แต่ในตอนที่อวี่อ๋องกำลังจะสังหารจีเฉิงเสวี่ยด้วยพลังบนฝ่ามือ กระแสพลังปราณรุนแรงก็ปรากฏขึ้น ทำให้ร่างของอวี่อ๋องแข็งทื่อ พลังที่มาใหม่นั้นดับพลังปราณบนฝ่ามือของเขาจนสลายหายไปด้วยเช่นกัน
ร่างใหม่ที่ปรากฏขึ้นก้าวเดินอยู่ในอากาศ มาหยุดลงระหว่างอวี่อ๋องและจีเฉิงเสวี่ย
“เซียวเหมิง?! เจ้าตั้งใจจะมาขวางรึ” รูม่านตาของอวี่อ๋องหดแคบ ดวงตาเต็มไปด้วยค