เสียงนั้นดูเหมือนมีพลังวิเศษบางอย่างที่ทำให้คนฟังรู้สึกหัวใจสั่นไหว
ชายหนวดดกก้าวไปข้างหน้าเพื่อยืนบังจีเฉิงเสวี่ยเอาไว้ เขามองหญิงสาวทั้งห้าด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกแล้วตะโกนออกมาด้วยโทสะ “เจ้าพวกนางมารร้ายแห่งสำนักสุขสามัคคี ไสหัวไปให้พ้นทางเดี๋ยวนี้!”
เสียงของเขาเหมือนสายฟ้าดังลั่น เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นกระแสพลังที่พุ่งตัดหิมะที่หมุนวนอยู่รอบกาย ครอบงำได้แม้กระทั่งอำนาจของเสียงกระพรวน
เหวยเซียงซื่อและผู้ติดตามทั้งสี่คนที่อยู่เบื้องหลังหยุดเดิน ร่างของพวกนางโยกไปมา พลังปราณสีชมพูกระจายออกจากร่าง เปลี่ยนเป็นสายพลังปราณที่ลอยวนอยู่รอบกาย
“อวี่อ๋อง ไอ้ชาติหมานี่! กล้าดีอย่างไรถึงสมรู้ร่วมคิดกับสำนักนอกรีตมาลอบสังหารผู้สืบทอดราชบัลลังก์ที่องค์จักรพรรดิเลือกไว้! มันตั้งใจจะกบฏรึ!” ชายหนวดหนาคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
เบื้องหลังจีเฉิงเสวี่ยและชายหนวดหนามีเสียงฝีเท้าเบาดังขึ้นอีก หุนเชียนอวิ่นปรากฏตัวขึ้นในชุดคลุมสีดำ เปลวไฟวิญญาณเต้นตุบๆ อยู่ในเบ้าตา
“หากองค์ชายไม่ได้รับเลือกให้สืบทอดราชบัลลังก์ อวี่อ๋องก็คงไม่ส่งพวกข้ามา หากท่านอยากจะโทษสิ่งใด ก็จงโทษโชคชะตาของตนเองที่ถูกรับเลือกให้เป็นผู้ครองอาณาจักรคนต่อไปเถิด” เสียงแหบพร่าของหุนเชียนอวิ่นดังขึ้น จากนั้นพลังปราณก็ไหลทะลักออกจากตัว พุ่งเข้าใส่จีเฉิงเสวี่ยทันที
“คิๆๆ! ในที่สุดพวกเราก็ได้ลงมือทำอะไรเสียที! ข้าเบื่อจนจะ