าเห็นภาพนี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ชายหนุ่มยังคงกระตุ้นพลังปราณให้โอบล้อมหอยเป๋าฮื้อปราณนภาต่อไป ไม่นานนักกระบวนการแรกก็เสร็จสิ้น
หน้าผากของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เมื่อเทียบกับการทำอาหารด้วยวัตถุดิบฝึกซ้อมแล้ว หอยเป๋าฮื้อปราณนภาของจริงนั้นต้องใช้พลังงานในการทำมากกว่ามาก ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมา
เมื่อชายหนุ่มเปิดฝาหม้อ กลิ่นที่โชยออกมาก็เข้มข้นมากขึ้น และดูเหมือนว่าจะมีประกายระยิบระยับเบาบางลอยอยู่บนหม้อด้วย ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะปู้ฟางรวมพลังปราณเที่ยงแท้เข้าไปกระตุ้นวงแหวนปราณของหอยเป๋าฮื้อปราณนภานั่นเอง
ทันทีที่กลีบของกล้วยไม้หัวใจพลอยม่วงถูกโยนเข้าไปในหม้อ น้ำแกงที่เดือดอยู่ก็พุ่งเข้าโอบล้อมกลีบดอกไม้ ปู้ฟางหยิบถ้วยหยกที่ร้อนลวกมือออกมาแล้วเทของเหลวที่อยู่ภายในลงไปในหม้อ กลิ่นหอมเข้มกว่าเดิมสองเท่าลอยออกจากหม้อทันที
เมื่อได้สูดดมเข้าไป เขาก็รู้สึกสบายมากขึ้นกว่าเดิมเสียจนอยากร้องออกมาอย่างเป็นสุข ถือเป็นความรู้สึกสบายที่ไม่ใช่สบายกายเพียงเท่านั้น แต่เป็นความสบายใจด้วย
นี่คือพลังวิเศษที่เกิดจากการนำวัตถุดิบสองชนิดที่ช่วยรักษาอาการถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงมารวมกัน ถือเป็นผลลัพธ์ที่จินตนาการไม่ได้เลยทีเดียว
ชายหนุ่มปิดฝาหม้ออีกครั้ง แล้วใช้พลังปราณเที่ยงแท้ทำให้อาหารโอสถทิพย์ในหม้อเดือดต่อไป
พอมาถึงจุดนี้ ก็แปลว่าอาหารโอสถทิพย์นั้นสำเร็จเรียบร้อย ส่วนจะสำเร