นทีที่พลังงานจากกระบี่ซึ่งกดร่างของนางไว้สลายหายไปพร้อมเสียงดังสนั่น เซียวเยียนอวี่ก็ตัวสั่นอยู่สักพัก ก่อนจะรีบพุ่งไปที่โถงทางเดิน นางจ้องไปที่พายุหิมะด้านนอก แต่ร่างของผู้เป็นพี่ชายก็หายไปเสียแล้ว
ปัง!
ไม่นานนัก ร่างหนึ่งก็เดินเหยียบอากาศเข้ามา หิมะที่พัดอยู่ในอากาศหยุดไปชั่วขณะ ใบหน้าของเซียวเหมิงดูหดหู่ขณะหยั่งเท้าลงบนพื้นสนามหญ้าขนาดเล็ก เมื่อเห็นเซียวเสี่ยวหลงนั่งอย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอยู่ที่พื้น และเซียวเยียนอวี่ที่กำลังน้ำตารื้น เขาก็บันดาลโทสะขึ้นมาทันที
“ท่านพ่อ… ท่านแม่ถูกพาตัวไปแล้วเจ้าค่ะ!” เมื่อเซียวเยียนอวี่เห็นเซียวเหมิง ความโศกเศร้าในใจของนางก็พรั่งพรูออกมา
“ไอ้เซียวเยวี่ย!” ความโกรธวาบเข้ามาในดวงตาของเซียวเหมิง แต่เขากลับรู้สึกสงสัยมากกว่า จีเฉิงเสวี่ยเรียกเขาไปคุยเรื่องสำคัญที่จวน และเซียวเยวี่ยก็มาถึงทันทีหลังจากที่ตัวเขาออกจากบ้านไป… เรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ทันใดนั้นแม่ทัพใหญ่ก็หันหลังกลับแล้วกระโจนออกจากจวนตระกูลเซียว เขาพุ่งขึ้นไปในอากาศพลางมองพื้นที่โดยรอบ
“หือ” เซียวเหมิงตกใจเล็กน้อย ก่อนก้าวไปข้างหน้าแล้วพุ่งหายไปลิบตา
เซียวเยวี่ยกำลังแบกจีรู่เอ๋อร์ผู้เป็นมารดาของตนเอาไว้บนหลัง เขาใช้พลังปราณปกป้องร่างของนางจากหิมะ เพื่อไม่ให้นางหนาวเหน็บจากอากาศเย็น ชายหนุ่มค่อยๆ มุ่งหน้าไปยังตรอกเล็ก
ทันใดนั้น เสียงดังลั่นก็ดังมาจากด้านหลังจนทำให้เซียวเยวี่ยสะดุ