เสียจนหมอบกระเจิงสู้ไม่ได้แล้ว
ในตรอกเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของเหวยเซียงซื่อที่กำลังทนต่อแรงกดดันจากตัวเจ้าขาวเท่านั้นที่ดังให้ได้ยิน ในตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้น
ที่ปากทางเข้าตรอก ร่างหนึ่งค่อยๆ เดินมาอย่างสบายอารมณ์
เหวยเซียงซื่อหันหน้าไปมองอย่างยากลำบาก เมื่อนางเห็นคนที่กำลังเดินมานั้น รูม่านตาก็พลันหดแคบ นั่งสูดลมเย็นเข้าปอดลึก
“อวี่อ๋อง!”
อวี่อ๋องสวมชุดคลุมปักลายพร้อมมงกุฎสีม่วงบนศีรษะ เข็มขัดที่เรียงรายด้วยพลอยเลอค่ามากมายรัดอยู่บนเอวเผยให้เห็นร่างกายกำยำ ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์เดินเอามือไพล่หลัง คิ้วมุ่นเข้าหากันขณะมองเหวยเซียงซื่อในชุดกระเซอะกระเซิง
“กลับไปเสียเถิด อย่าทำให้ตนเองอับอายไปมากกว่านี้อีกเลย” อวี่อ๋องพูดเสียงแผ่วก่อนเดินผ่านสตรีทั้งสามนางเข้าร้านไป
เจ้าขาวไม่ได้กันชายหนุ่มไว้แต่ปล่อยให้เดินเข้าไปในร้าน เมื่อก้าวออกจากโลกแห่งน้ำแข็งและหิมะเข้าสู่บรรยากาศอบอุ่นภายในร้าน ความอุ่นสบายก็พุ่งเข้าโอบร่างกายของเขาเอาไว้ทันที
แต่อวี่อ๋องก็หายจากอาการนี้อย่างรวดเร็ว และหันไปเจอจีเฉิงเสวี่ยที่กำลังเอาเนื้อตุ๋นตำรับจีนเข้าปาก
เมื่อจีเฉิงเสวี่ยเห็นว่าอวี่อ๋องกำลังมองตนเองอยู่จึงหัวเราะหึๆ ออกมา เขายกเนื้อตุ๋นตำรับจีนขึ้นทักทายอีกฝ่าย ก่อนจะกลืนเข้าไปในคำเดียว จากนั้นก็ดื่มสุราหัวใจหยกเยือกแข็งตามเข้าไปแล้วจึ๊ปาก
“เถ้าแก่ปู้ ข้าเอาเนื้อตุ๋นตำรับจีนกับสุราหัวใจหยกเย