นี่ สำนักความลับแห่งสวรรค์นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ”
“ท่านมาที่นครหลวงด้วยเหตุผลใด” เซียวเหมิงพูดพร้อมมุ่นคิ้ว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้จักมักจี่กับเจ้ามู่เฉิงดี หรือว่าเจ้ามู่เฉิงเองก็มาจากสำนักความลับแห่งสวรรค์เช่นกัน
ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของหนี่หยันหันไปหาเซียวเหมิง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป นางชี้นิ้วไปที่เจ้ามู่เฉิงทันทีแล้วเอ่ย “หมอนี่มาทำอะไรที่นี่ เราก็… มาทำเช่นเดียวกันนั่นละ”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เจ้ามู่เฉิงก็แทบกระอักเลือด เวลาผ่านมาก็หลายปีแล้วแต่เจ้าเด็กนี่ยังร้ายกาจเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน พูดออกมาแค่ประโยคเดียวก็ลากเขาไปตายด้วยเสียแล้ว
ถังอิ่นและลู่เซียวเซียวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ นั้นมีสีหน้างุนงง อาจารย์ของพวกเขาพูดอะไรกัน พวกเราไม่ได้มาที่นครหลวงเพื่อนำสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงกลับไปรึ มีเหตุผลอื่นด้วยหรือนี่
“เจ้าพูดอะไรไร้สาระสิ้นดี ชายแก่คนนี้อยู่นครหลวงมาก็หลายปีดีดัก ใช้เวลาไต่เต้าขึ้นมาจนกลายเป็นเสนาบดีฝ่ายซ้ายได้ก็เพื่อรับใช้จักรวรรดิให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป” เจ้ามู่เฉิงพูดพร้อมหัวเราะในลำคอ ยืนกรานว่าจุดประสงค์ในการอยู่ที่นครหลวงของเขานั้นบริสุทธิ์ผุดผ่อง
เซียวเหมิงเองก็หัวเราะในลำคอเช่นกัน ใครมันจะไปเชื่อคำพูดไร้สาระโกหกหน้าด้านๆ ของหมอนี่กัน
“อะไรนะ ตาแก่ ข้าพูดผิดรึ เช่นนั้นเราสองคนมาดวลกันสักตั้งไหมเล่า ใครชนะคือคนที่พูดความจริง ว่าอย่างไร จะเอาหรือไม่เอา” หนี่หยันระเบิดหัวเราะดังลั่น