ดวงตากลมโตจ้องไปที่เจ้ามู่เฉิง
ผู้ถูกท้าเม้มปากแล้วส่ายศีรษะทันที จากนั้นเขาก็หันหลังกลับแล้วจากไป ไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก
“กระดูกกระเดี้ยวข้าไม่ค่อยดีแล้ว คงทนทรมานเช่นนั้นไม่ไหวหรอก”
เซียวเหมิงเหลือบมองหนี่หยันด้วยสายตามีความหมาย แต่หนี่หยันไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด แม้เซียวเหมิงจะเป็นผู้พิทักษ์จักรวรรดิวายุแผ่ว แต่นางก็ปราศจากซึ่งความหวาดเกรง นั่นเพราะหนี่หยันเพิ่งจะบรรลุขั้นปราณไปหมาดๆ ความมั่นใจของนางในตอนนี้ยังสูงมาก
เซียวเหมิงเองก็จากไปเช่นกัน เขาไม่ได้กวนใจหนี่หยันมากนัก
หลังจากที่เซียวเหมิงจากไป ความยโสก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในดวงตากลมโตของหนี่หยัน นางตรวจตราดูรอบตัว จากนั้นก็ส่งเสียงหวานออกไปรอบๆ โรงเตี๊ยม
“ไอ้พวกตาสีตาสาที่อยู่แถวนี้น่ะ ไสหัวไปให้หมด! อย่าบังอาจมากวนข้าเชียว ข้าไม่อยากเจอหน้าพวกเจ้า!”
อวี่อ๋องและองค์ชายรัชทายาทที่กำลังเดินทางมาหันหลังกลับไปทันที… ผู้ฝึกตนหญิงขั้นนักพรตยุทธการผู้นี้ดูอารมณ์ร้ายไม่เบา
…
ปู้ฟางผู้ซึ่งคลานขึ้นเตียงเรียบร้อยและกำลังจะหลับ พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหญิงสาว เขาขยี้ตาอย่างง่วงงุน รู้สึกว่าเสียงนั้นคุ้นอย่างประหลาด แต่หลังจากคิดอยู่สักพักก็คิดไม่ออกว่าเป็นเสียงของใคร เขาจึงหลับต่อไป ชายหนุ่มเหนื่อยอ่อนเป็นอันมากจากการทำอาหารโอสถทิพย์
ความพยายามในการทำอาหารโอสถทิพย์ครั้งแรกของเขาล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่ได้ล้มเหลวเพราะกิน