นี้! บัดซบจริงๆ! ไอ้เวรเอ๊ย!”
หุนเชียนอวิ่นในชุดคลุมสีดำที่อยู่ในห้องเดียวกันคลี่ยิ้มบางขณะมองอวี่อ๋องบันดาลโทสะ ชายชราเอ่ย “ท่านอวี่อ๋องไม่จำเป็นต้องกริ้วไป มนุษย์ย่อมเดินหมากผิดพลาดเป็นธรรมดา ความจริงที่ว่าเจ้ามู่เฉิงคนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นเสนาบดีฝ่ายซ้ายได้นั้น ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายเพียงใด กระนั้นก็เถอะ ต่อให้องค์ชายรัชทายาทได้รับแรงสนับสนุนจากตระกูลโอวหยางและตระกูลหยาง พวกเราก็ไม่ได้ถือว่าสิ้นไร้ไม้ตอกไม่มีทางสู้เสียหน่อย”
อวี่อ๋องสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ภายใน เขาหันไปมองหุนเชียนอวิ่นแล้วส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อ
“ทางฝั่งเราเองก็ได้แรงสนับสนุนจากขุนนางมากหน้าหลายตา รวมถึงท่านเสนาบดีคลังด้วย ด้วยความช่วยเหลือของเขา เราย่อมควบคุมเศรษฐกิจของนครหลวงเอาไว้ในกำมือ ยิ่งไปกว่านั้นวังกระดูกขาวและสำนักสุขสามัคคี สองในสี่สำนักนอกรีต ก็ได้ส่งผู้ฝึกตนมาเพื่อสนับสนุนอวี่อ๋องเรียบร้อยแล้วด้วย ส่วนด้านการยุทธ์นั้น ตราบใดที่เซียวเหมิงไม่เข้ามายุ่มย่าม พวกเราก็ถือไพ่เหนือกว่าอย่างแน่นอน” หุนเชียนอวิ่นเอ่ย
“วังกระดูกขาวและสำนักสุขสามัคคีรึ” อวี่อ๋องหรี่สายตาคมกริบมองหุนเชียนอวิ่น
แต่หุนเชียนอวิ่นกลับมองอวี่อ๋องกลับด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“ข้าบอกตอนไหนว่าอยากได้ความช่วยเหลือจากวังกระดูกขาวและสำนักสุขสามัคคี สี่สำนักนอกรีตนี่ช่างสนิทสนมกันเสียจริง…” อวี่อ๋องพูดเย้ย