งฝูงชนบ่นดังระงมไปทั่วตรอก การตัดสินใจปิดร้านของปู้ฟางทำให้พวกเขาโกรธเคือง
ปู้ฟางยืนพิงประตู มองไปที่ฝูงชนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขายังไม่รีบตอบกลับเสียงก่นด่าของมหาชน ทำเพียงมองคนที่อยู่นอกร้านด้วยสายตานิ่งเฉยเท่านั้น
ชายหนุ่มรอจนทุกคนด่าเสร็จจนเหนื่อย จึงลุกขึ้นยืน หยิบไม้กระดานแผ่นสุดท้ายขึ้นมาแล้วเอ่ย “ข้าบอกไปแล้วว่าวันนี้หมดเวลาเปิดร้านแล้ว หากอยากกินก็กลับมาเข้าแถวใหม่พรุ่งนี้ ร้านนี้ไม่ขายหลังเวลาเปิดร้าน”
พอพูดจบเขาก็ปิดไม้กระดานแผ่นสุดท้ายเสียงดังตึงทันที
ทุกคนชะงักค้าง มีเถ้าแก่ร้านที่หัวแข็งบ้าบอพิลึกพิลั่นเช่นนี้อยู่ในโลกด้วยรึ เจ้าของร้านที่ไม่สนใจจะหาเงินเนี่ยนะ!
“ถุย! ร้านบ้าบออะไรกันรกโลกสิ้นดี! คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหน! ข้าไม่กงไม่กินมันแล้ว!” ลูกค้าคนหนึ่งถ่มน้ำลายลงบนพื้น จากนั้นก็หันหลังกลับเตรียมตัวจากไป
แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ชายผู้นั้นก็รู้สึกว่ามีแรงกดมหาศาลโถมทับลงมาบนร่างของตน เขาคะมำคว่ำลงกับพื้น หน้าทิ่มลงบนดินจิ้มจุดที่ตัวเองถุยน้ำลายลงไปเต็มๆ จากนั้นก็ไถไปมาบนบริเวณนั้นเล็กน้อย แรงกดดันหายไปตอนที่พื้นดินหน้าร้านสะอาดปราศจากคราบน้ำลายอีกครั้ง
ใบหน้าของชายผู้นั้นดูหวาดหวั่นขนหัวแทบลุกขณะยันตัวกลับขึ้นมายืนด้วยท่าทางน่าสมเพช จากนั้นเขาก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกจากตรอกไป ในตรอกนี้มีพลังงานบางอย่างอยู่อย่างแน่นอน!
คนอื่นๆ ไม่ได้รู้สึกถึง