้าร้อยหัวหมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ
หลังจากที่หั่นหัวไชเท้าหัวสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย เขาก็กระแทกมีดทำครัวทั้งสองเล่มให้ปักลงบนเขียง แล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากประปราย
เสียงอุทานด้วยความทึ่งและเสียงให้กำลังใจระเบิดออกมาจากฝูงชนที่รายล้อม ทำให้พ่อครัวเจ้ารู้สึกมั่นใจขึ้นอีกมากโข เชื่อสุดหัวใจว่าปู้ฟางไม่มีวันเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน
“เถ้าแก่ปู้ ถึงตาท่านแล้ว!” พ่อครัวเจ้าพูดด้วยความมั่นใจเต็มล้น
ปู้ฟางเหลือบตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ส่ายหน้าน้อยๆ จนแทบมองไม่เห็น จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ในเมื่อรนหาที่ตายเองข้าก็ต้องสนองให้ ดูเหมือนระบบจะอยากให้ข้าสอนให้พวกเจ้าเป็นคนดีขึ้น หากข้าไม่แสดงกระบวนท่าเด็ดให้ดูสักท่าสองท่า… ข้าคงนอนตายตาไม่หลับ” ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง เขาไม่ได้เลือกใช้มีดทำครัวกระดูกมังกรทอง แต่หยิบมีดทำครัวธรรมดาออกมาแทน
หลังจากที่หมุนมีดทำครัวไปมาด้วยท่วงท่าที่ไม่ได้ดูน่าประทับใจเป็นพิเศษ ปู้ฟางก็ใช้นิ้วสะบัดมีดในมือพร้อมพยักหน้าส่งสัญญาณ
“เริ่มจับเวลา!” เฉียนเป่าพูดกลั้วหัวเราะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจเหลือล้น วันนี้พ่อครัวเจ้าทำได้ดีกว่าปกติ จัดได้ว่าเป็นผลงานที่ลอยลำมาเห็นๆ เลยทีเดียว
“เอาล่ะ เริ่มได้” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมารวบรวมพลังปราณเที่ยงแท้ภายในกายมาไว้ในอุ้งมือ แล้วตบมือลงบนตะ เขาควบคุมพลังปราณให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมา