้สึกเหมือนกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น โอวหยางเสี่ยวอี้เงยหน้าขึ้นสูดกลิ่นเต็มที่ นางหายใจเอากลิ่นเนื้อเข้าไปเต็มปอด ใบหน้าดูมีความสุขล้น
กลิ่นนี้ใช่เลย! กลิ่นอาหารของนายท่านตัวเหม็น!
ไม่นานนักร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากมุมมืดของห้องครัว นิ้วเรียวยาวของปู้ฟางจับจานใส่ซี่โครงเปรี้ยวหวานสีส้มอมเหลืองอำพันเอาไว้ อาหารในจานสว่างไสวสีสันจัดจ้านล้อแสงไฟ ควันฉุยสีขาวและกลิ่นหอมเข้มลอยขึ้นมาจากจาน
โอวหยางเสี่ยวอี้แทบรอกินไม่ไหว ดวงตากลมโตของนางจ้องปู้ฟางไม่วางตา
“นี่ซี่โครงเปรี้ยวหวานที่สั่ง ค่อยๆ กินล่ะ” ปู้ฟางพูดพร้อมวางจานอาหารลงตรงหน้าเด็กหญิง แล้วลูบศีรษะนางหนึ่งที
จากนั้นเขาก็เดินกลับเข้าครัวไปทำอาหารจานอื่นต่อ
ซี่โครงเปรี้ยวหวานส่งกลิ่นหอมเหลือเชื่อ แค่กลิ่นก็พอที่จะทำให้หยางเฉินซึ่งบ่นกระปอดกระแปดมาทั้งวันตกอยู่ในภวังก์ได้แล้ว ดวงตาของเขาจ้องไปที่ชิ้นเนื้อสีส้มอมเหลืองในจานไม่วางตา
แม้แต่ซงเถาเองยังอดไม่ได้ที่จะดื่มด่ำกับกลิ่นนี้ แต่จิตใจของเขาวนเวียนอยู่กับการลักพาตัวเด็กสองคนตรงหน้าออกไปจากร้านมากกว่า…
“อ้อ… โดยที่ไม่ต้องปะทะกับใครด้วย” ซงเถาคิดอย่างขลาดๆ ดวงตาเสไปมองเจ้าขาว ที่กลอกตาจักรกลกลับมาจ้องหน้าเขาอีกครั้ง
……………………………………..