เข้าใจสิ่งที่โอวหยางเสี่ยวอี้พูดแม้แต่น้อย ถึงพวกเขาจะโดนจับตัวมา แต่คนที่ลักพาตัวพวกเขามาก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อพวกเขาแย่แต่อย่างใด แถมยังนำอาหารมาให้ครบทั้งสามมือและอร่อยทุกจานเสียด้วย หยางเฉินกินอย่างเอร็ดอร่อยทุกครั้งเลยทีเดียว
“หากเจ้าตื่นเต้นกับอาหารห่วยๆ แค่นี้ ข้าขอบอกเลยว่าเจ้ายังเห็นโลกมาไม่มากพอ” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดพร้อมเอามือกอดอก สายตามองจานอาหารบนโต๊ะตรงหน้าอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ รวมถึงหยางเฉินที่ริมฝีปากมันเยิ้มเพราะน้ำมันด้วย
“เห็นโลกมาไม่มากพอรึ เด็กกะโหลกกะลาอย่างเจ้าต่างหากที่เห็นโลกมาไม่มากพอ! ข้าไปกินข้าวที่ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์มาหลายต่อหลายรอบแล้ว!” หยางเฉินพึมพำในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ทั้งที่ปากยังเต็มไปด้วยอาหาร
“ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์เนี่ยนะ” พอได้ยินชื่อร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ โอวหยางเสี่ยวอี้ก็พ่นลมเยาะแล้วกลอกตาด้วยความเดียดฉันท์
“อะไรกัน นี่เจ้ายังดูถูกร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ด้วยรึ” ดวงตาของหยางเฉินเบิกกว้างจับจ้องไปที่เด็กหญิงตรงหน้า
โอวหยางเสี่ยวอี้เม้มปาก “เทียบกับอาหารที่นายท่านตัวเหม็นทำแล้ว อาหารจากร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ก็ไม่ต่างอะไรกับขี้ตะกอนก้นขวดหรอก เจ้าไม่เคยกินอาหารฝีมือเถ้าแก่ปู้ แต่กลับกล้าโอ้อวดว่าตนเองเห็นโลกมามากแล้วเช่นนั้นรึ… ข้าขอถามหน่อยเถิด เจ้าเคยกินน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาที่เพิ่มพลังปราณเที่ยงแท้ในกายได้หรือไม่ เจ้าเคยกินซี่โครงเปรี้ยวหวาน