ที่แค่ได้กลิ่นก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ เคยกินข้าวผัดไข่ที่ระยิบระยับเป็นประกายหรือเปล่า”
โอวหยางเสี่ยวอี้โฆษณาสรรพคุณอาหารจากร้านเล็กๆ ของฟางฟางติดกันเป็นชุด ด้วยความที่ทำงานที่ร้านนั้นมานาน นางจึงจำชื่ออาหารได้ทุกจานจนพูดออกมาได้ด้วยสัญชาตญาณ
หยางเฉินจ้องหน้าโอวหยางเสี่ยวอี้ที่ทำท่าท่างน่ารักอย่างอึ้งๆ เขาไม่เคยได้ยินชื่ออาหารเหล่านี้มาก่อนเลย… แต่พวกมันช่างฟังดูน่าสนใจอะไรอย่างนี้ แค่กินข้าวก็สามารถเพิ่มพลังปราณได้แล้วหรือนี่
“ฮึ! น่าทึ่งใช่ไหมเล่า ข้าน่ะเคยกินมาหมดแล้ว!” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดด้วยสีหน้าอวดดี
หยางเฉินใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก เด็กชายเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วเอ่ย “ฟังดูดีนี่ ร้านอยู่ที่ไหน เจ้าจะพาข้าไปได้เมื่อไหร่เล่า”
เมื่อโอวหยางเสี่ยวอี้ได้ยินดังนั้น ดวงตากลมโตของนางก็เหลือบไปข้างๆ แวบหนึ่ง จากนั้นใบหน้าก็เปื้อนยิ้ม “ไปตอนนี้เลยดีกว่า อาหารที่นี่ไม่ถูกปากข้าเลย แถมข้าก็ไม่ได้กินอะไรมาเป็นวันแล้วด้วย!”
“ตอนนี้เลยรึ” หยางเฉินอึ้ง ตอนนี้ทั้งสองคนถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ จะออกไปได้อย่างไรกันเล่า
“ไอ้ยามเฝ้าประตูนั่นมีปราณแค่ระดับห้าเอง พลังของพวกเราสองคนจัดการมันได้สบายหากโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว จากนั้นเราก็จะหนีไปได้ฉลุย!” โอวหยางเสี่ยวอี้พูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
หยางเฉินเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นก็พยักหน้าอย่างตื่นเต้น
ในตอนนั้นเอง โอวหยางเสี่ยวอี้ก็ล้มตึงลงกับพื้นแล้วเริ่มดิ้