นพราดๆ โหวกเหวกโวยวาย นางเปลี่ยนเป็นเล่นละครโดยฉับพลันจนหยางเฉินเองยังสะดุ้งไปพักหนึ่ง
เมื่อคนเฝ้าประตูได้ยินเสียงโวยวายในห้อง เขาก็เดินเข้ามาแล้วเห็นโอวหยางเสี่ยวอี้กำลังดิ้นเร่าๆ อยู่บนพื้น
“เกิดอะไรขึ้น หยุดโหวกเหวกโวยวายเดี๋ยวนี้นะ!” ผู้คุมมุ่นคิ้วเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ เขาดูรำคาญมากที่เด็กสองคนนี้ไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัว
“นางบอกว่าอาหารที่นี่รสชาติห่วยแตก แถมยังบอกว่าพ่อครัวของเจ้าเป็นหมู” หยางเฉินพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของหยางเฉิน คนเฝ้าประตูก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี หลังจากที่เดินไปลองชิมอาหารบนโต๊ะดู เขาก็เอ่ยขึ้น “ก็อร่อยดีนี่”
หยางเฉินเดินเข้าไปหาเขาพร้อมพยักหน้า “ข้าก็ว่าอร่อยเหมือนกัน… แต่นางบอกว่าพ่อครัวเป็นหมู แล้วก็ไม่อยากกินอาหารที่นี่ นางอยากออกไปข้างนอก”
“หือ” ตอนนั้นเองคนเฝ้าประตูก็รู้สึกตัวว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล อึดใจต่อมา พลังปราณเที่ยงแท้ก็ระเบิดออกจากกายหยางเฉิน พุ่งเข้าสะกดการเคลื่อนไหวของผู้คุมเอาไว้ แม้ตัวผู้คุมจะมีปราณระดับห้าขั้นราชันยุทธการ แต่ก็โต้กลับไม่ทันเมื่อโดนโจมตีระยะเผาขนเช่นนี้
โอวหยางเสี่ยวอี้กระโจนขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งหมัดเข้าฟาดหน้าผู้คุม
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของตระกูลโอวหยางคือการเตะซ้ำเมื่อมีคนล้ม ด้วยเหตุนี้โอวหยางเสี่ยวอี้จึงต่อยหน้าผู้คุมต่ออีกสองสามหมัดหลังจากที่จัดการเขาได้แล้ว ชายผู้โชคร้ายล้มลงบนพื้นและหมดสติไป
จาก