นั้นโอวหยางเสี่ยวอี้ก็ลากหยางเฉินวิ่งออกจากห้องคุมขัง และหลบหนีออกจากจวนไปในที่สุด
…
อากาศในนครหลวงวันนี้แจ่มใส แสงแดดส่องผ่านเมฆบางเป็นประกายระยิบระยับ ส่งผ่านความอบอุ่นสบายให้ผู้คนเบื้องล่าง
ปู้ฟางเพิ่งทำอาหารให้ลูกค้าชุดแรกเสร็จ และร้านก็กลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง ชายหนุ่มกำลังนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้ใกล้ทางเข้าเหมือนหลายวันที่ผ่านมา แสงแดดอบอุ่นที่อาบร่างกายในวันนี้ทำให้เขารู้สึกง่วงงุนเหลือเกิน
การได้ใช้เวลาระหว่างวันเช่นนี้ช่างแสนสบายเสียจริง
“นายท่านตัวเหม็น! ช่วยข้าด้วย!” เสียงร้องกรีดหัวใจดังมาจากทางเข้าตรอก ปู้ฟางที่กำลังจะหลับตาลงพลันลืมตาขึ้นมองไปในระยะไกลด้วยสีหน้างุนงง
เขาเห็นร่างเล็กสองร่างกำลังวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย พยายามก้าวให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ผู้ฝึกตนพลังแก่กล้าหลายคนวิ่งไล่ตามพวกเขามาติดๆ ความเร็วของผู้ไล่ล่านั้นเร็วมาก จนใกล้จะจับตัวเด็กทั้งสองคนได้
ผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการคนหนึ่งไล่ตามมาทันแล้วจับตัวโอวหยางเสี่ยวอี้เอาไว้ไ เขายกตัวนางขึ้นจากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ไหนดูซิว่าเจ้าจะยังมีปัญญาหนีไปไหนได้อีกไหม!”
พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่านกน้อยในกรงขังสองตัวนี้จะหนีออกมาได้! เกือบปล่อยให้รอดไปได้แล้วเชียว!
“เจ้าไม่รู้รึว่าข้าเป็นใคร ข้าจะให้ปู่ข้าจับเจ้าแก้ผ้าแล้วแขวนตัวเจ้าประจานบนกำแพงเมืองนครหลวงมันเสียเลย!” โอวหยางเสี่ยวอี้โกรธเกรี้ยวเป็นอันม