อย่างไรหรือขอรับ”
พลังปราณเที่ยงแท้ระเบิดออกจากฝ่ามือ เผาทำลายจดหมายจนไหม้เป็นจุณ ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยความโศกเศร้าวังเวง
“ท่านจักรพรรดิ… สวรรคตแล้ว”
ผู้เฒ่าโอวหยางที่เอ่ยประโยคนั้นออกมาดูแก่ขึ้นสิบปีในชั่วพริบตา
…
บนถนนหลักของนครหลวง ร่างบางกำลังวิ่งปนกระโดดไปที่ร้านเล็กๆ ของฟางฟาง
“ฮึ! ท่านปู่โง่เง่า ให้พี่ชายซื่อบื้อสามคนนั้นมาคอยเฝ้าข้า ก็รู้อยู่ว่าสามคนนั้นบ้องตื้นขนาดไหน จะมากักตัวเสี่ยวอี้ที่ทั้งคล่องแคล่วและฉลาดเฉลียวคนนี้ได้อย่างไรกัน!” ดวงตาของเด็กหญิงหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว เมื่อนางนึกถึงสีหน้าของผู้เฒ่าโอวหยางที่คงจะบันดาลโทสะไม่น้อยเมื่อรู้ว่านางหนีออกมาสำเร็จ ก็อดกระดี๊กระด๊าไม่ได้
“อ้าว หิมะตกรึ”
โอวหยางเสี่ยวอี้กำลังเดินไปตามทาง ก่อนที่จะอุทานออกมาพร้อมเงยหน้ามองอย่างงุนงง ลมหนาวพัดกรรโชกลัดท้องฟ้าสีเทาหม่น เกล็ดหิมะสีขาวราวขนห่านค่อยๆ ตกลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน
เสี่ยวอี้ยื่นมือขาวของนางออกไปข้างหน้า รู้สึกถึงเกล็ดหิมะที่ตกลงบนอุ้งมือตน มันละลายอย่างเงียบเชียบเปลี่ยนสภาพไปเป็นหยดน้ำเย็นเฉียบถึงกระดูก ราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้อยู่ก็ไม่ปาน
“สวยจัง” เด็กหญิงพูดพึมพำเสียงแผ่วพร้อมควันขาวเป็นไอจากลมหายใจ นางสะบัดหยดน้ำในมือทิ้ง แล้วเดินหน้าต่อไปสู่จุดหมาย
หิมะแรกในนครหลวงปีนี้เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผู้คนที่สัญจรไปมาอยู่บนท้องถนนต่างหยุดเพื่อดูปรากฏการณ์อันงดงาม ก่อนจ