ขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มรู้สึกว่าความลึกลับเก่งกาจยากหยั่งถึงของปู้ฟางนั้นน่าประทับใจกว่าเจ้าสำนักของเขาด้วยซ้ำไป… อย่างน้อยเจ้าสำนักของเขาก็ทำให้อสูรเวทยอมหมอบลงกับพื้นอย่างสิ้นท่าเช่นนี้ไม่ได้แน่นอน
ในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง ปู้ฟางที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับสี่ขั้นจิตยุทธการ ก็ดูราวกับเป็นผู้ฝึกตนระดับแปดขั้นเทพแห่งสงครามในสายตาของชายหนุ่มเลยทีเดียว
ปู้ฟางพาดมีดทำครัวไว้บนบ่า สายตามองไปที่ถังอิ่นผู้มีสีหน้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เขามองชายหนุ่มในชุดเขียวด้วยสายตางุนงง “พวกเจ้าไม่หนีรึ”
“อ๋า!” ถังอิ่นตอบด้วยสีหน้าเหมือนตกอยู่ในภวังค์
“หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะรีบวิ่งหนีโดยไม่หันหลังกลับมามองเลยทีเดียว ข้าจะวิ่งไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้” ปู้ฟางพูดหน้าตาเฉย
ถังอิ่นสูดเอาลมเย็นเข้าปอด เขารู้แล้วว่าปู้ฟางต้องการจะสื่ออะไร ศิษย์พี่ผู้นี้กำลังเปิดทางให้พวกเขาหนีไป! มิเช่นนั้นด้วยพลังของอีกฝ่าย คงพุ่งเข้าสังหารอสูรเวทเหล่านั้นไปแล้ว! แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลพวกเขาทั้งสองคนกันเล่า!
ชายหนุ่มรู้สึกตื้นตันขึ้นในใจทันที!
ถังอิ่นกัดฟันแล้วหันไปช่วยให้ลู่เซียวเซียวลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มหันมาโค้งคำนับปู้ฟางจากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ศิษย์พี่ ข้าคงไม่มีวันตอบแทนบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ในวันนี้ได้ ศิษย์พี่… โปรดรักษาตัวด้วยนะขอรับ!”
“เอาล่ะ พวกเจ้ารีบไปเสีย อ้อ แล้วก็อย่าลืมแวะมาที่ร้านเล็กๆ ของฟางฟา