ับไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด เขาทำเพียงขมวดคิ้วขณะกวาดสายตามองอสูรเวทรอบกายด้วยความประหลาดใจเท่านั้น
“สมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงมีพลังปราณสะสมอยู่หนาแน่นมาก จึงเป็นยาชั้นยอดที่จะช่วยให้อสูรเวทเหล่านี้พัฒนาขั้นปราณของตนเอง ด้วยเหตุนี้มันจึงดึงดูดอสูรเวทมาได้จำนวนมากถึงเพียงนี้” ถังอิ่นพูดด้วยน้ำเสียงขรึมขณะมองปู้ฟาง
“ศิษย์พี่ หากท่านหนีรอดออกไปได้ ช่วยนำข่าวไปบอกสำนักของพวกข้าได้หรือไม่ว่าพวกข้าตายอย่างไร” ชายหนุ่มตกอยู่ในสภาวะปลงตกเป็นที่เรียบร้อย น้ำเสียงของเขาดูอับจนหนทางที่จะเอาชีวิตรอดจริงๆ
ลู่เซียวเซียวลงไปนอนพังพาบอยู่ที่พื้น น้ำตาอาบสองแก้มเหมือนดอกไม้แรกแย้มยามเช้าที่มีน้ำค้างเกาะพร่างพราย นางรู้สึกว่าตนเองคิดผิดเป็นอย่างมากที่ตัดสินใจเข้าหุบเขานี้มา แต่จู่ๆ ก็ดูเหมือนว่าเด็กหญิงจะคิดอะไรได้ จึงหันมามองปู้ฟางด้วยดวงตามีความหวัง ทั้งๆ ที่ยังสะอึกสะอื้นอยู่
“ศิษย์พี่… ท่านเก่งกาจหาตัวจับยากนัก ท่านน่าจะมีวิธีช่วยพวกเราใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“พวกเจ้าเองก็หมายตาสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงด้วยเหมือนกันไม่ใช่รึ” ปู้ฟางถามนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ลูเซียวเซียวพลันสีหน้าแข็งทื่อ นางจ้องปู้ฟางด้วยสายตาว่างเปล่า เด็กหญิงมองไอสีเขียวที่ลอยออกจากมือของชายหนุ่ม จากนั้นมีดทำครัวหน้าตาไม่มีพิษภัยก็ปรากฏขึ้นในมือเขา
“อย่าคิดว่าข้าโง่ไม่รู้ภาษานะ เจ้าตั้งใจหลอกใช้ข้าตั้งแต่แรกแล้ว จริงอยู่ที่ที่นี่มีอสูรเวท แ