ต่เจ้าเพียงต้องการยืมกำลังข้ากำจัดพวกมันเท่านั้น จะได้เก็บสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงได้ง่ายๆ ใช่หรือไม่”
มุมปากของปู้ฟางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ ดวงตาจับจองไปที่เด็กหญิงผู้ที่กำลังมีสีหน้าตกใจ
เมื่อถังอิ่นได้ยินคำพูดของปู้ฟาง เขาก็ถอนหายใจออกมา ชายหนุ่มตระหนักแล้วว่าปู้ฟางเข้าใจเจตนาของพวกเขาตั้งแต่แรก แต่อาจไม่ได้ใส่ใจอะไรเนื่องจากตนเองก็ต้องการจะมาล่าเนื้ออสูรเวทอยู่แล้ว แต่ในตอนนี้เมื่อพวกเขาตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ปู้ฟางก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำตัวมีมารยาทไว้หน้ากันอีกต่อไป
ตัวถังอิ่นเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน ศิษย์น้องลู่เซียวเซียวของเขาคนนี้โดยเนื้อแท้มิใช่คนเลว เพียงแต่เป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายเท่านั้น หากอยู่ด้วยกันเองภายในสำนักก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อออกมาสู่โลกภายนอก นิสัยชอบวางกลลวงเช่นนี้อาจทำให้ผู้อื่นไม่ชอบใจได้…
“พวกเจ้ายังอยากได้สมุนไพรโลหิตปักษาเพลิงอยู่หรือไม่” ปู้ฟางถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในอึดใจนั้น หัวใจของลู่เซียวเซียวก็แทบย้อนขึ้นมาเต้นตุบๆ อยู่ในปาก เมื่อได้ยินคำถามของปู้ฟาง นางก็รีบตอบพร้อมส่ายหน้าไหวๆ ทันที “ข้าไม่อยากได้แล้ว! ไม่อยากได้แล้วจริงๆ!”
หากต้องเลือกระหว่างชีวิตกับสมุนไพรโลหิตปักษาเพลิง ลู่เซียวเซียวย่อมเลือกชีวิตของตนเองอย่างแน่นอน
ถังอิ่นมีสีหน้าเหมือนต้องมนต์ไปชั่วครู่ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็นดีใจสุดขีด ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “นี่แปลว่าศิษย์พี่มีทางออกให