้ไม้จันทน์ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างเอาขาพาดไว้ มือตบหัวเข่าตนเองเบาๆ ดวงตาของเขาสงบเหมือนน้ำนิ่งขณะมองไปในระยะไกล
สีหน้าของชายหนุ่มดูราบเรียบอ่านอารมณ์ยาก แต่กลับทำให้ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก
ร่างโก่งคดร่างหนึ่งเดินสะโหลสะเหลมาที่ประตูห้อง ดูราวกับว่าหากมีลมพัดกรรโชกเพียงครั้งเดียวก็จะทำให้ร่างนั้นล้มตึงลงได้
พลังของหุนเชียนอวิ่นอ่อนแอลงมาก จนแทบลงมาแตะขั้นราชันยุทธการแล้ว วิชาลับที่ใช้หลบหนีส่งผลกระทบต่อร่างกายของเขาอย่างรุนแรง
“ชายชราผู้ไร้ประโยชน์คนนี้… ขอคารวะอวี่อ๋อง” หุนเชียนอวิ่นดูผ่ายผอมลงไปอีก ร่างกายของเขามีแต่หนังหุ้มกระดูก เปลวไฟวิญญาณในดวงตาทั้งสองข้างแทบมอดดับลง
“จึ๊ๆๆ ดูเหมือนว่าหัวหน้าผู้อาวุโสสำนักวิญญาณจะบาดเจ็บหนักพอดู ราวกับว่าข้าสามารถใช้นิ้วบี้เจ้าให้ตายเหมือนมดปลวกได้เลยทีเดียว” มุมปากของอวี่อ๋องยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยขณะมองไปที่หุนเชียนอวิ่น องค์ชายทำท่าบี้นิ้วตามคำพูดตน
เปลวไฟวิญญาณในดวงตาของชายชราสั่นเทาอยู่ครู่หนึ่ง ร่างกายเกร็งขึ้นทันที พลังปราณสีดำสนิทอ่อนบางลอยวนอยู่รอบกาย
“อวี่อ๋อง ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน แม้ชายชราผู้ไร้ประโยชน์คนนี้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส… แต่ภารกิจก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พอเสร็จภารกิจแล้วท่านจำเป็นต้องทำลายสะพานความสัมพันธ์ของเราเลยหรือ”
อวี่อ๋องมองชายชราแล้วตอบเสียงเรียบ “ใช่ เจ้าทำภารกิจสำเร็จ แต่เจ้าก็สร้างปัญหาใหญ่ให้ข้าด้วยเช่นกัน ไม่