เขายกมือขึ้นรวบรวมพลังปราณเที่ยงแท้ในฝ่ามือ จากนั้นก็บดขยี้มันจนสลายไม่เหลือซาก…
“พี่ชายข้า ป่านนี้คงกำลังฉลองความสำเร็จที่หาจุดอ่อนข้าเจออยู่สินะ แต่… แล้วอย่างไรเล่า หากท่านพ่ออยากประหารชีวิตข้า ข้าก็เพียงแต่ต้อง… ยึดอำนาจ”
…
เซียวเหมิงเดินผ่านประตูจัตุรัสมายาสวรรค์ออกมา หลังจากที่หันหลังกลับไปมองท้องพระโรง เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างจนปัญญา
แม้แต่คนที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอย่างจักรพรรดิฉางเฟิ่งยังต้องพ่ายแพ้ให้กาลเวลาในที่สุด หลังจากที่ออกรบกับสำนักน้อยใหญ่มามากกว่าร้อยปี บุตรชายของเขาเองกลับสมรู้ร่วมคิดกับสำนักพวกนั้น เพื่อทำลายความหวังสุดท้ายในการยื้อชีวิตของเขา… ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายอะไรเช่นนี้
“หากไม่กลายไปเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนาน ทุกคนล้วนต้องตายด้วยกันทั้งสิ้น…” สีหน้าของแม่ทัพใหญ่เคร่งขรึม คิ้วขมวดเข้าหากัน เขาถอนหายใจเบาก่อนออกจากวังหลวงไป
ในท้องพระโรงหลวง จักรพรรดิชรานั่งอยู่บนบัลลังก์ เขาไอจนตัวโยน พลังชีวิตค่อยๆ อ่อนแอลงเรื่อยๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ใบหน้าของเหลียนฟู่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงกังวลและเศร้าสร้อยขณะมองจักรพรรดิ
“ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ… ให้ข้าไปตามหมอหลวงมาตรวจดูอีกครั้งหนึ่งดีหรือไม่” เหลียนฟู่ถาม
จักรพรรดิโบกมือบอกว่าไม่เป็นไร ดวงตาของเขาดูมัวหม่นเป็นอย่างมาก แต่บรรยากาศสูงศักดิ์รอบกายกลับไม่ลดน้อยถอยลงแม้แต่น้อย
“จุดมุ่งหมายตลอดชีวิตของข้