าคือการทำลายสำนักน้อยใหญ่ให้หมดไปจากแผ่นดินนี้เพื่อสร้างอาณาจักรที่สงบสุข การมีอยู่ของสำนักเหล่านี้ถือเป็นภัยใหญ่หลวงของจักรวรรดิเรา” จักรพรรดิพูดเสียงแหบไร้ความรู้สึก “แต่บุตรชายสุดปราดเปรื่องของข้ากลับไปเข้ากับคนพวกนั้นเพื่อหวังยึดราชบัลลังก์เสียได้ ไม่คิดว่าช่างเป็นเรื่องตลกร้ายเต็มทนรึ
“ใบหน้าแก่เหี่ยวของข้านี้ร้อนไปหมดด้วยความอับอาย”
เหลียนฟู่ไม่พูดอะไร แต่ยืนอยู่เคียงข้างจักรพรรดิด้วยความเคารพ สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
ชายชราผู้ครองแผ่นดินตัวสั่นงันงกขณะลุกขึ้นยืน เขาเริ่มหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบแห้งดังกังวานไปทั่วท้องพระโรง
“ข้ามีนามว่าจักรพรรดิฉางเฟิ่ง จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่เดินหน้ากำจัดสำนักน้อยใหญ่ไปหลายร้อยสำนักระหว่างการครองราชย์ แม้ข้าจะกลายเป็นเพียงชายชราเสียแล้ว แต่ก็คงปล่อยให้บุตรชายทำให้ข้าต้องอับอายเช่นนี้ไม่ได้ บุตรควรยำเกรงและเคารพบิดาตน… ไม่นานบุตรข้าคนนี้ก็คงเข้าใจ”
เสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจจนใกล้บ้าคลั่งดังสะท้อนอยู่ในท้องพระโรงก่อนจางหายไป
เหลียนฟู่มีสีหน้าเคารพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ขณะโค้งคำนับและมองจักรพรรดิเดินจากไป
…
เช้าวันต่อมา
ปู้ฟางเปิดร้านตามปกติ แต่เขาต้องบอกโอวหยางเสี่ยวอี้ว่าเดี๋ยวตนเองจะปิดร้านเป็นเวลาสองวัน มิเช่นนั้นนางจะมาเสียเที่ยว
เจ้าอ้วนจินและผองเพื่อนเดินทางมาถึงร้าน ทำให้บรรยากาศสดใสขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อชายอ้วนมองเห็นชื่อเนื้อตุ๋น