้ เนื่องจากตัวเขามีพลังของระบบปกป้องอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพลังกดดันของใครหน้าไหนก็แตะต้องตัวเขาไม่ได้ทั้งนั้น
เจ้าดำค่อยๆ เยื้องย่างเข้ามาหาด้วยท่าทางเหมือนแมว มันหยุดอยู่ตรงหน้าปู้ฟาง คั่นกลางระหว่างตัวเขากับเจ้าอเวจีด้วยท่าทางสง่างาม
เจ้าสุนัขเงยหน้าขึ้นมองร่างขมุกขมัวของเจ้าอเวจีที่หลอมรวมมาจากพลังปราณสีดำ ดวงตาฉายความรังเกียจเดียดฉันท์ชัดเจน
“ชิ่วๆๆ… ไอ้หมาสีดำตัวใหญ่นี่มาจากไหน! ออกไปให้พ้นทางเร็ว!” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งมองสุนัขที่นั่งคั่นระหว่างปู้ฟางกับพวกเขาอย่างจนด้วยคำพูด เขางุนงงจนพูดไม่ถูก ขณะรีบไล่เจ้าดำให้ออกไปพ้นทาง
ทั้งหมดไม่รู้สึกถึงพลังปราณจากตัวเจ้าดำเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้หน้าตาของมันยังดูปกติธรรมดาเหมือนสุนัขทั่วไป จึงไม่แปลกที่เหล่าขั้นราชันยุทธการพวกนี้จะไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร
“ไอ้พวกโง่… กล้าพูดจาสามหาวกันท่านสุนัขผู้สูงศักดิ์ผู้นี้รึ” เจ้าดำเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาอวดดี เสียงอ่อนโยนของชายชาตรีเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน
ทั้งหกคนชะงักไปทันที… ต่างคนต่างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“บ้าอะไรกัน! ไอ้สุนัขนี่… มันพูดได้รึ!”
“ไอ้พวกโง่… กล้าไล่ท่านสุนัขผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ให้ไสหัวไปเช่นนั้นรึ ขี้เกียจหายใจแล้วหรืออย่างไร คิดว่าจะทำอะไรข้าได้เพียงเพราะมีไอ้ปาหี่เจ้าอเวจีนี่น่ะรึ” เจ้าดำยังคงพูดต่อ
“ไอ้หมาพูดได้ตัวนี้มันจองหองสิ้นดี!” เหล่าผู้ฝึกตนขั้นราชันยุทธการโวยวายทันที เป็นแค่สุนัขธรรม