รื่องอยู่น่ะสิ” ปู้ฟางพูดพร้อมลูบหัวเด็กหญิง ทันทีที่พูดจบ ดวงตาของเขาก็หรี่เล็กลงเพราะจู่ๆ ร่างสัตว์ประหลาดยักษ์ก็ระเบิด ร่างๆ หนึ่งพุ่งตรงมาที่ร้าน
“เถ้าแก่ปู้ ช่วยข้าด้วย!” เสียงร้องกรีดหัวใจดังขึ้น
ซูฉีกำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ร้านด้วยสภาพดูไม่ได้ ร่างกายของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือด แขนหักหนึ่งข้าง ชายวัยกลางคนกำลังวิ่งสุดชีวิตมาหาพวกเขา เลือดไหลนองเป็นทาง แขนที่เหลืออีกข้างกอดหม้อน้ำแกงร้อนจี๋เอาไว้แน่น
ตุ้บ! ซูฉีมาถึงปากทางเข้าร้านปู้ฟางด้วยสภาพเหนื่อยใกล้ตาย เขาคุกเข่าลงกับพื้น เลือดไหลทะลักออกจากปาก แขนเองก็มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ร่างของเขาสั่นเทิ้มทั้งที่ยังกอดหม้อดินเผาเอาไว้แน่น ซูฉีไม่ได้ทำน้ำแกงหกจากหม้อเลยแม้แต่หยดเดียว
โอวหยางเสี่ยวอี้หวาดกลัวกับภาพที่เห็นเป็นอย่างมาก นางจึงวิ่งมาซ่อนหลังปู้ฟางแล้วเยี่ยมหน้าออกมาแอบดู
ปู้ฟางขมวดคิ้ว มองไปทางร่างสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ค่อยๆ มุ่งหน้ามาทางร้านของเขา จากนั้นก็หันไปมองซูฉีที่เลือดโชกไปทั้งตัว โทสะระเบิดขึ้นในใจอย่างไม่มีเหตุผล
“กล้ามาทำร้ายลูกค้าข้ารึ! นี่มันตั้งใจท้าทายร้านเล็กๆ ของฟางฟางชัดๆ!” ปู้ฟางพูดเสียงเย็นเยียบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“เถ้า… เถ้าแก่ปู้… น้ำแกงสมุนไพรไก่ปักษาเพลิงนี่… จะถูกทำลายไม่ได้โดยเด็ดขาด!” ซูฉีตัวสั่นเทาขณะส่งหม้อน้ำแกงร้อนจี๋ให้ปู้ฟาง ดวงตาอ้อนวอนอับจนหนทาง
พลังปราณสีดำไหลทะลักออกจากร่างซูฉี เข้าปกคลุ