ๆ ก็เจอสภาพนี้กันถ้วนหน้า
หลังจากที่ปู้ฟางกลับมาถึงร้าน เขาก็ไม่ได้เปิดร้านเนื่องจากสายมากแล้ว ชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าลวกๆ แล้วเดินเข้าครัวไปทันทีเพื่อเริ่มทำผัดปูม้าสยบโลกาอาหารจานใหม่
…
ณ ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์
เฉียนเป่ากำลังนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ เอามือหนึ่งเท้าคาง หน้านิ่วคิ้วขมวด ดูเหมือนว่าจะกำลังคิดอะไรอยู่
“นายน้อยปู้เป็นเถ้าแก่ร้านใจไม้ไส้ระกำเช่นนั้นรึ แถมยังมาที่ร้านปักษาเพลงนิรันดร์ของเราและวิพากษ์วิจารณ์อาหารครบทุกจาน คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน เหตุใดจึงกล้ามาดูถูกพวกเราเช่นนี้!” เฉียนเป่ากำหมัดแน่น นิ่วหน้าด้วยโทสะ
ทันใดนั้นเขาก็พลันคลายกำปั้นออกแล้วถอนหายใจ “แต่ว่า จะว่าเช่นนั้นก็เถอะ… เถ้าแก่ปู้เป็นบุรุษที่มีความสามารถยิ่งนัก เพียงกินเข้าไปแค่คำเดียวก็วิเคราะห์บรรยายออกมาได้เป็นฉากๆ ช่างน่ากลัวเสียจริง!”
ก่อนหน้านี้เขาวางแผนว่าจะให้พ่อครัวแม่ครัวที่ร้านท้าปู้ฟางประลอง แต่เมื่อลองดูสถานการณ์แล้ว ถือว่าเป็นโชคดีที่ยังไม่ได้เดินสุ่มสี่สุ่มห้าไปทำเช่นนั้น มิเช่นนั้นมีหวังชื่อเสียงของร้านเขาคงดิ่งลงเหวเป็นแน่ ความแตกต่างด้านความสามารถระหว่างปู้ฟางและพ่อครัวแม่ครัวที่ร้านของเขานั้นมีมากจนเกินไป
กระนั้นเฉียนเป่าเองก็ยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้ทุกอย่างตกอยู่ในสภาพนี้ การกล้ำกลืนฝืนทนยอมข่มอารมณ์โกรธนั้นไม่ใช่วิธีของเขาอย่างสิ้นเชิง
ช้าก่อน! ดวงตาของเฉียนเป่าเป็นประกายเหมือนเพิ่งคิ