ม่ต่างอะไรกับการล่อเป้าให้โดนสับจนเละ ทุกคนรู้ดีว่าซี่โครงเปรี้ยวหวานของปู้ฟางนั้นอร่อยที่สุด ไม่มีใครเทียบเทียมได้
ปู้ฟางไม่สนใจเฉียนเป่า แต่กลับหันไปมองเป็ดอบบุปผาที่ทำท่าเหมือนอยากบินหนีออกจากโต๊ะแทน
“จัดจานเช่นนี้ก็… น่าสนใจใช้ได้” มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ขณะใช้ตะเกียบจิ้มเข้าไปที่ลำตัวเป็ด แรงผลักเล็กน้อยส่งผ่านตะเกียบกลับมาที่มือเขา
“แปะ แปะ!” เมื่อเฉียนเป่าเห็นว่าปู้ฟางกำลังจะชิมเป็ดอบบุปผาซึ่งเป็นอาหารจานเอกหนึ่งเดียวของร้าน เขาก็ปรบมือด้วยความกระตือรือร้นทันที
ในตอนนั้นเองบริกรหญิงหุ่นอวบอัดในชุดกระโปรงยาวผ่าให้เห็นแทบทั้งขาก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆ ปู้ฟางด้วยท่วงท่าสง่างาม กลิ่นหอมจากกายของนางตลบอบอวลไปทั่ว
ปู้ฟางขมวดคิ้วก่อนพูดเสียงเรียบ “อย่าเข้ามาใกล้ข้ามาก กลิ่นเครื่องหอมจากตัวเจ้าจะทำให้ประสาทรับกลิ่นกับรสของข้าเพี้ยน”
“หา” บริกรสาวชะงักค้าง ใบหน้าสวยสดเต็มไปด้วยความสงสัย นางถือมีดค้างทื่ออยู่กลางอากาศ ดูไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
เฉียนเป่าชะงักไปชั่วครู่ก่อนขมวดคิ้ว เขาจ้างหญิงสาวรูปงามเหล่านี้มาเพื่อปรนนิบัติขุนนางและชนชั้นสูงที่มากินอาหารที่ร้าน ทั้งยังใช้เงินจำนวนมากในการซื้อเครื่องสำอางเพื่อเปลี่ยนบริกรหญิงทั้งหลายให้สวยมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นไปอีก เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวิธีนี้จะมีผลต่อความอยากอาหารของลูกค้า
หลังจากคิดอยู่สักพัก ชายเจ้าของร้านก็ส่งสัญญาณ