นกิจการของเขามาตลอด จึงคิดว่าอย่างน้อยตนเองก็ควรไปส่งอีกฝ่ายเพื่อแสดงความขอบคุณ ด้วยเหตุนี้ปู้ฟางจึงไม่ปฏิเสธคำชวนของเสี่ยวอี้และพยักหน้าตกลงแทน
“รอข้าสักครู่” ปู้ฟางพูดเรียบๆ ก่อนหันหลังกลับเข้าร้านไป ไม่นานนักก็เอาป้ายไม้ป้ายหนึ่งออกมา
ป้ายไม้นั้นเขียนไว้ว่า วันนี้ร้านหยุดทำการ
หลังจากที่แขวนป้ายเอาไว้หน้าร้านเรียบร้อย ปู้ฟางก็นั่งยองๆ ลงลูบขนนุ่มสลวยของเจ้าดำ ชายหนุ่มปิดทางเข้าร้านแล้วจากไปพร้อมโอวหยางเสี่ยวอี้
ปู้ฟางห่อร่างกายตนเองอย่างแน่นหนาด้วยเสื้อคลุมยาวทำจากขนแกะ พร้อมผ้าพันคอสีเทารอบคอเพื่อกันไม่ให้ลมหนาวพัดผ่านคอเสื้อเข้าไปได้
โอวหยางเสี่ยวอี้ไม่ได้คาดคิดว่าปู้ฟางจะตอบตกลงคำชวนของตน นางเพียงอยากลองมาถามดูเท่านั้น โดยคิดเอาไว้ว่าตนเองจะต้องโดนปฏิเสธอย่างแน่นอน… แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงข้ามกับที่คาดคิดเอาไว้เสียนี่
ทั้งสองเดินไปที่ทางเข้าตรอกด้วยกัน สองพี่น้องหน้าตาดีอย่างเซียวเสี่ยวหลงและเซียวเยียนอวี่ยืนรออยู่ไม่ไกลนัก เซียวเยียนอวี่ปิดบังใบหน้างดงามของตนเองด้วยผ้าคลุมจนมองไม่เห็น นางดูโดดเด่นเป็นสง่าเหมือนเทพธิดาจากสรวงสวรรค์
อาการบาดเจ็บของหญิงสาวใกล้หายดีแล้ว นางกลับมาเคลื่อนไหวร่างกายได้ปกติอีกครั้ง เมื่อเซียวเสี่ยวหลงเห็นปู้ฟางและโอวหยางเสี่ยวอี้ เขาก็เริ่มโบกมือเรียกทั้งสองจากระยะไกล
สองพี่น้องใส่เสื้อกันหนาวยาวทำจากขนสัตว์สีขาว ทำให้ดูสวยสง่ามากขึ้นไปอีก บวกกันห