มมีร้านรวงรถเข็นเปิดขายของ เจ้าของร้านต่างขดตัวด้วยความหนาวเย็น ปากก็ร้องเรียกลูกค้าให้มาอุดหนุนตน ควันขาวลอยออกจากปาก
มีลูกจ้างหลายคนที่หาวหวอดด้วยความง่วงงุนขณะเปิดร้านตอนเช้าเช่นกัน หลังจากที่หลับพักผ่อนในยามกลางคืน นครหลวงแห่งนี้ก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
ปู้ฟางแสดงสีหน้าสนใจสิ่งรอบตัวอย่างชัดเจน ส่วนโอวหยางเสี่ยวอี้ก็แนะนำเมืองและตึกรามบ้านช่องต่างๆ ให้ชายหนุ่มฟัง
“นั่นร้านปักษาเพลิงนิรันดร์รึ ที่ว่ากันว่าเป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งในนครหลวงน่ะนะ” ปู้ฟางถามพร้อมชี้ไปที่ตึกสามชั้นตกแต่งอย่างสวยงามตรงหน้า
โอวหยางเสี่ยวอี้และคนอื่นๆ พลันมีสีหน้างุนงง แล้วพากันพยักหน้าตอบรับ
เด็กหญิงชี้นิ้วไปที่ป้าย “ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์” อันแสนหรูหราบนปากประตูทางเข้า จากนั้นก็พูดเสียงน่ารัก “นายท่านตัวเหม็น ชื่อร้านสามคำนั้นเป็นลายมือท่านปู่จักรพรรดินะ!”
ปู้ฟางมองไปตามมือที่ชี้ ตัวอักษรทั้งสามคำดูลึกซึ้งกินใจมาก ลายพู่กันของจักรพรรดิจัดว่าสวยงาม น่าเสียดายที่… ระบบไม่อนุญาตให้เขาตอบรับข้อเสนอของอีกฝ่าย มิเช่นนั้นเขาคงตกลงรับป้ายชื่อร้านมาแล้ว
เนื่องจากตัวเขาเองก็อยากได้ป้ายร้านเอามาติดไว้เช่นกัน
“ภารกิจฉุกเฉิน: นายท่าน โปรดชิมอาหารทั้งสิบสามจานของร้านปักษาเพลิงนิรันดร์ ประเมินคุณภาพรสชาติและข้อด้อย และหาสามจุดที่อาหารจานนั้นทำได้ไม่ดีพอ จงทำภารกิจให้เสร็จภายในวันนี้”
(ผ