ั้งแล้วพยักหน้ารับ เขาหันกลับไปมองร้านปักษาเพลิงนิรันดร์อีกรอบด้วยสายตามีความหมาย ก่อนเดินตามทั้งสามเข้าถนนใหญ่แห่งนครหลวงไป
ไม่นานนักทั้งสี่ก็มาถึงประตูเมือง สองข้างประตูมีทหารในชุดเกราะยืนเรียงแถวอยู่ สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง สร้างบรรยากาศถมึงทึง
นอกกำแพงเมืองมีทหารยืนเรียงแถวเป็นระเบียบเช่นกัน ทั้งหมดเป็นทหารในกองกำลังขององค์ชายสาม ที่จะคอยปกป้องเขาระหว่างการทำภารกิจทางทหารกับบรรดาสำนักต่างๆ
วันนี้จีเฉิงเสวี่ยไม่ได้สวมชุดคลุมสวยงาม แต่เป็นชุดเกราะและหมวกเหล็กสำหรับนักรบ ใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเคย แต่กลับเย็นชาและเคร่งขรึมจริงจัง
“ขอบคุณที่มาส่งข้านะเถ้าแก่ปู้ ช่างเป็นเกียรติของข้ายิ่งนัก” เมื่อจีเฉิงเสวี่ยเห็นว่าปู้ฟางยอมออกจากร้านมาส่งเขาด้วย องค์ชายหนุ่มก็รู้สึกประหลาดและอบอุ่นใจเล็กน้อย
“องค์ชายพะย่ะค่ะ อย่าลืมดูแลร่างกายของท่านระหว่างปฏิบัติภารกิจด้วย สุขภาพของท่านสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด จำเอาไว้นะพะย่ะค่ะ ว่าท่านยังคงมีศักดิ์เป็นองค์ชายเสมอ!” เซียวเหมิงเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
การปฏิบัติภารกิจต่อกรกับสำนักนอกอาณาจักรนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และจัดเป็นภารกิจที่อันตรายเป็นอันมาก หากทำพลาดเพียงน้อยนิดอาจทำให้ทหารทั้งกองทัพพินาศย่อยยับได้เลยทีเดียว เนื่องจากสมาชิกสำนักนอกอาณาจักรล้วนเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ด้วยกันทั้งสิ้น แม้ทหารของจักรวรรดิจะจัดว่าแข็งแกร่ง แต่พญามังกรก็ไม่อาจพิ