ชิตอสรพิษทั้งรังได้ แม้แต่จักรพรรดิฉางเฟิ่งเองยังไม่สามารถกำจัดสำนักให้สิ้นซากได้ทั้งหมด ถึงจะใช้เวลาหลายต่อหลายปีในการรบพุ่งกันก็ตามที
จีเฉิงเสวี่ยพยักหน้าพร้อมขึ้นขี่ม้ามีเขาสีน้ำตาลเข้ม แล้วคว้าแผงคอมันเอาไว้ เขามองไปที่พระราชวังอันแสนยิ่งใหญ่ ดวงตาไม่แสดงทั้งความสุขหรือความเศร้า
กองทัพที่เรียงแถวเป็นระเบียบค่อยๆ เคลื่อนขบวนออกจากนครหลวง มุ่งหน้าห่างไปเรื่อยๆ จนหายลับไปที่ขอบฟ้า…
ทันทีที่ร่างของจีเฉิงเสวี่ยลับสายตาไป โอวหยางเสี่ยวอี้ก็หันหลังกลับแล้วหันมาพูดกับปู้ฟาง “นายท่านตัวเหม็น ในเมื่อเราส่งองค์ชายเสร็จแล้วก็กลับไปเปิดร้านกันไหม”
เซียวเยียนอวี่และเซียวเสี่ยวหลงหันไปมองทั้งสองพร้อมกัน หากปู้ฟางจะกลับไปเปิดร้าน ทั้งสองก็จะตามไปด้วย การได้กินอาหารฝีมือปู้ฟางทุกวันถือเป็นความสุขของพวกเขาเช่นกัน
แต่ปู้ฟางกลับส่ายศีรษะแล้วมองไปทางร้านปักษาเพลิงนิรันดร์แทน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแข็งทื่อ
“วันนี้เราไปกินข้าวที่ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์กันเถิด ข้าอยากรู้ว่าร้านอาหารอันดับหนึ่งในนครหลวงขายอาหารรสชาติอย่างไร…”
………………….