ทำงานให้ท่าน ก็ให้เขาทำเถิด” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ ดวงตาของเขาสงบนิ่ง ไม่ได้ดูหยิ่งผยองและไม่ได้อวดดีเช่นกัน ราวกับกำลังพูดความจริงที่ไม่มีวันตาย
จักรพรรดิตัวแข็งทื่อไปทันที แม้แต่เซียวเหมิงที่สังเกตการณ์อยู่ไกลๆ ยังผงะ
เมื่อจักรพรรดิตื่นจากภวังค์ มุมปากของเขาก็กระตุกขวับ ปู้ฟางเป็นคนเดียวในโลกใบนี้ที่กล้าพูดเช่นนี้กับเขา… ทว่าตัวเขาเองก็ทำอะไรชายหนุ่มไม่ได้ ตราบใดที่ยังอยู่ในร้าน
“อย่าพยายามเลย จุดยืนของข้าไม่มีวันสั่นคลอนแน่นอน หากอยากกินอาหารที่ข้าทำก็จงมากินที่ร้าน ส่วนเรื่องการไปทำงานที่ครัวหลวงนั้น ข้าไม่สนใจแม้แต่น้อย” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบแล้วลุกขึ้นยืน น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งปกติเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด
จักรพรรดิจ้องปู้ฟางด้วยสายตาเหมือนคิดบางอย่างอยู่แล้วพยักหน้ารับรู้ เขาไม่เซ้าซี้ต่อ เนื่องจากบางสิ่งในโลกก็เป็นเรื่องที่ต้องลองพยายามดูเท่านั้น เพื่อให้รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดตามมา
“ช่างเป็นพ่อครัวที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และอาชีพของตนเสียนี่กระไร” จักรพรรดิคิด เขาไม่พูดอะไรอีก เพียงหรี่ตาลงและดื่มด่ำกับรสชาติแสนสุขใจจากสุราหัวใจหยกเยือกแข็งต่อ
ผ่านไปสักพักจักรพรรดิก็กินอาหารหมด เขาเช็ดเคราตนเองจนสะอาด รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าดูกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“ยอดเยี่ยม! อร่อยมาก! นานแล้วที่ข้าไม่ได้กินอาหารอร่อยเช่นนี้! เจ้าสมควรได้รับรางวัล!” จักรพรรดิพูดพร้อมลูบเคราตนเอง “ส่วนรางวัลจะเป็นอะไรนั้