ราชองค์รักษ์ในชุดเกราะเต็มยศยืนเรียงแถวกันด้วยสีหน้าจริงจังที่ทางเข้าตรอก จนบังทางเข้าเอาไว้มิด เบื้องหน้าของเหล่าทหารมีเหลียนฟู่ในชุดคลุมปักลายดอก ที่กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายพร้อมโบกแส้ไปมา ก่อนหยุดเพื่อหันไปมองที่ร้านอาหารเป็นครั้งคราวด้วยสายตาเป็นกังวล
“ฝ่าบาทนี่บางทีก็ทำเกินไป ใช่ว่าข้าจะเข้าไปแย่งอาหารพระองค์เสียเมื่อไหร่ เหตุใดจึงไม่ยอมให้ข้าเข้าไปด้วย” เหลียนฟู่ถอนหายใจด้วยความไม่ชอบใจ เขาส่งจิตสัมผัสออกไปตรวจตราบริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง การที่องค์จักรพรรดิเดินทางออกจากวังมานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หากผู้ฝึกตนจากสำนักน้อยใหญ่รู้เข้าละก็ จะต้องหาทางมาลอบปลงพระชนม์พระองค์อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงอื้ออึงในหมู่ราชองค์รักษ์ขึ้น แถวทหารแหวกออกเป็นทาง ร่างสง่าร่างหนึ่งก้าวตัดออกมาอย่างช้าๆ
“องค์ชายก็มาด้วยหรือพะย่ะค่ะ ช่างบังเอิญเสียนี่กระไร” เหลียนฟู่หัวเราะในลำคอพร้อมจีบมือ
จีเฉิงเสวี่ยดูไม่ค่อยสนใจใยดีอะไรมากนัก เขาทำเพียงหยักหน้าแล้วเดินจากไป ชายชุดคลุมปลิวไสวตามแรงลมยามชายหนุ่มเดินผ่าน
เหลียนฟู่ดูทำตัวไม่ถูกขณะมองแผ่นหลังของจีเฉิงเสวี่ยที่ค่อยๆ จากไป พลางคิด “ดูเหมือนว่าองค์ชายจะเจอฝ่าบาทในร้านและไม่ลงรอยกันอีกแล้ว”
“เชื้อพระวงศ์นี่ไม่มีวงศาคณาญาติจริงเสียด้วย คนในราชวงศ์ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งวุ่นวายทางการเมืองเสมอ หากฝ่าบาทไม่ชอบองค์ชายสามแล้วละก็ ต่อให้พ