ระองค์ขยันหรือยอดเยี่ยมเพียงใดก็ไม่เป็นผล”
“ตั้งสติหน่อย! ฝ่าบาทยังอยู่ในตรอกนะ หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับฝ่าบาทละก็ พวกเจ้าเตรียมตัวเอาไว้ได้เลย!” เหลียนฟู่กระซิบเรียกสติเหล่าองครักษ์
“ตายๆ นี่มันหัวหน้าขันทีเหลียนมิใช่รึ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะขอรับ!” เสียงประจบประแจงลอยมาตามลม ขัดจังหวะเหลียนฟู่ที่กำลังจะให้โอวาทราชองค์รักษ์เสียหนึ่งยก
เหลียนฟู่หันไปมองชายผู้กำลังเดินมาหา สีหน้าของขันทีดูงุนงง ชายตรงหน้าเขานั้นผอมและดูอัปลักษณ์น่ากลัว อีกฝ่ายสวมชุดคลุมลายปักหรูหรา คาดเข็มขัดหยกที่เอว นิ้วประดับประดาด้วยแหวนระยิบระยับมากมาย ดูก็รู้ว่าเป็นพวกเศรษฐีใหม่
“เจ้าเป็นใคร” เหลียนฟู่ถามอย่างงุนงง พลางคิด “ข้าจำไม่ได้ว่าตนเองเคยสุงสิงกับชายแก่หน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ด้วย”
“หัวหน้าขันทีเหลียนฟู่ ลืมข้าแล้วรึขอรับ ข้าคือเจ้าของร้านอาหารปักษาเพลิงนิรันดร์อย่างไรเล่า องค์จักรพรรดิเคยเสด็จมาเสวยเป็ดอบบุปผาที่ร้านข้าครั้งหนึ่ง ตอนนั้นข้าเป็นคนนำอาหารมาถวายด้วยตนเองเลยนะขอรับ!” ชายผู้นั้นเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาหยี เขาดูไม่ได้ใส่ใจสักนิดที่เหลียนฟู่ลืมตนเองไป
“อ๋อๆๆ! เจ้ามีนามว่า… เฉียน… เฉียนอะไรสักอย่างใช่ไหม” เหลียนฟู่พูดพร้อมหรี่ตา จีบมือชี้ไปที่ชายผู้นั้น
“ท่านขันที ข้าน้อยมีนามว่าเฉียนเป่าขอรับ” เขาเอ่ย
เหลียนฟู่จำได้ทันทีแล้วพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว เจ้ามีนามว่าเฉียนเป่า… ตายๆ เถ้าแก่ร้านปักษาเพลิ