งนิรันดร์มาทำอะไรที่นี่รึ”
“ข้าน้อยผ่านมาพอดีเลยมาทักทายท่านขันทีขอรับ ท่านขันทีมิได้มากินอาหารที่ร้านข้านานแล้ว ท่านอยากหาเวลามาอุดหนุนบ้างหรือไม่ขอรับ ร้านของเรายินดีต้อนรับผู้ทรงเกียรติอย่างท่านเสมอ” เฉียนเป่ายิ้มกว้าง
อาหารที่ร้านปักษาเพลิงนิรันดร์นั้นอร่อยเลยทีเดียว จัดว่าเป็นร้านอาหารชั้นนำในจักรวรรดิวายุแผ่วก็ว่าได้ แต่หลังจากที่เหลียนฟู่ได้กินอาหารของปู้ฟางเข้าไป แม้แต่อาหารที่พ่อครัวหลวงทำยังรสชาติจืดชืดไม่ได้เรื่อง จึงไม่มีทางที่เขาจะไปร้านปักษาเพลิงนิรันดร์อีกแน่นอน
ยกเว้นเป็ดอบบุปผาที่เป็นอาหารจานเอกของร้าน รายการอื่นๆ นั้นคุณภาพไม่ได้ดีพอให้ย่างกรายเข้าไปเลยแม้แต่น้อย
“อ้อ ข้าจะลองหาเวลาไปดูก็แล้วกันนะ” เหลียนฟู่พยักหน้าอย่างใจลอยแล้วเอ่ยตอบด้วยท่าทางไม่ใยดีนัก
“ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยจะรอให้ท่านขันทีมาอย่างใจเย็นนะขอรับ” เฉียนเป่ายังคงยิ้มแย้มตลอดการสนทนา แม้เหลียนฟู่จะดูไม่สนใจก็ตามที
หลังจากผ่านไปสักพัก เฉียนเป่าก็ถามคำถามขันทีผมขาวด้วยคำพูดระมัดระวัง “จะว่าไป… ท่านขันที ฝ่าบาทประทับอยู่ในตรอกนั้นหรือขอรับ”
ดวงตาของเหลียนฟู่เบิกกว้างทันทีที่ได้ยิน เขารีบหันไปมองเฉียนเป่าอย่างระวังตัว จากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยตอบเสียงสูง “เจ้ามีจุดมุ่งหมายอะไรกันถึงถามคำถามนั้นขึ้นมา”
“ข้าน้อยเพียงแต่อยากให้ฝ่าบาทเสด็จมาที่ร้านของข้าน้อยอีกครั้งขอรับ ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทมิได้บอกว่าเป็ดอบบุปผ