อะไรกันนะ… ข้าละสงสัยเสียจริง แต่ตอนนี้ก็เก็บได้สามในสี่แล้ว พอบรรลุปราณอีกขั้น ข้าคงได้อุปกรณ์ครบชุดแล้วละมั้ง” ปู้ฟางพึมพำขณะเดินลงมายังชั้นล่าง
เขาเดินเข้าครัวไปเพื่อเริ่มฝึกหั่นหัวไชเท้าประจำวัน
พอฝึกเสร็จ ปู้ฟางก็เดินไปที่ทางเข้าร้านแล้วนำไม้กระดานปิดประตูออก อากาศภายนอกเย็นเยือกขึ้นกว่าเดิม ลมหนาวที่เข้ามาปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อย
ปู้ฟางหันไปมองเจ้าดำที่ยังคงนอนหลับอยู่ จากนั้นก็เดินกลับเข้าครัวไปฝึกทำอาหารต่อ ไม่นานนักกลิ่นหอมฟุ้งของซี่โครงเปรี้ยวหวานก็โชยออกมา
“ได้เวลาอาหารแล้ว เจ้าดำ” ปู้ฟางวางจานซี่โครงเปรี้ยวหวานลงตรงหน้าเจ้าดำ เจ้าสุนัขกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
เจ้าอ้วนจินและสหายมาแต่เช้าเหมือนเดิมแล้วจากไปหลังกินอาหารเช้าเสร็จ การมากินข้าวที่ร้านของปู้ฟางกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเขาไปเรียบร้อยแล้ว แม้อาหารของชายหนุ่มจะราคาแสนแพง แต่เจ้าอ้วนจินเป็นถึงเศรษฐีใหม่… แน่นอนว่าเขามีเงินจ่าย
เซียวเยวี่ยไม่ได้กลับมาอีกหลังจากที่ถูกซัดปลิวออกจากร้านด้วยการจามของเจ้าดำ ราวกับว่าชายหนุ่มได้อันตรธานหายไปจากนครหลวงเรียบร้อยแล้ว ทว่าปู้ฟางก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย อย่างมากก็แค่รู้สึกเสียดายลูกค้าเท่านั้น
ลมที่หนาวจนสันหลังแข็งของฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยในตรอก จีเฉิงเสวี่ยในชุดขาวค่อยๆ มุ่งหน้ามาที่ร้าน ผิวขาวใบหน้าอ่อนโยน รวมถึงดวงตาหรี่เล็กทำให้ชายหนุ่มดูเหมือนยิ้มอยู่ตลอดเ