วลา
“เถ้าแก่ปู้ อรุณสวัสดิ์” จีเฉิงเสวี่ยทักทายปู้ฟางอย่างอ่อนโยน ส่วนอีกฝ่ายก็พยักหน้าอย่างเฉยเมยเพื่อตอบรับว่าได้ยินแล้ว
“ท่านพี่องค์ชาย เหตุใดวันนี้จึงมาเช้าจังเจ้าคะ” โอวหยางเสี่ยวอี้ถามจีเฉิงเสวี่ยผู้สูงศักดิ์ที่เพิ่งเดินเข้าร้านมานั่งด้วยสีหน้างุนงง
จีเฉิงเสวี่ยลูบศีรษะเสี่ยวอี้แล้วพูดกลั้วหัวเราะ “ข้ามากินอาหารของเถ้าแก่ปู้อย่างไรเล่า”
“วันนี้จะกินอะไร” ปู้ฟางถาม
“ข้าขออย่างละจานก็แล้วกัน หลังจากนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กินอาหารฝีมือเถ้าแก่ปู้อีกหรือไม่” จีเฉิงเสวี่ยพูดพร้อมถอนหายใจ
“หืม เกิดอะไรขึ้นกัน” ปู้ฟางถามอย่างงุนงง โอวหยางเสี่ยวอี้เองก็มองจีเฉิงเสวี่ยด้วยความสงสัยเช่นกัน
จีเฉิงเสวี่ยหลุบตาลงต่ำเล็กน้อยพร้อมเอื้อนเอ่ย “ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องในครอบครัวน่ะ ข้าต้องออกจากนครหลวงพรุ่งนี้แล้ว ส่วนจะได้กลับมาเมื่อใดนั้น ตัวข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน”
“เข้าใจแล้ว ขอเวลาสักครู่” ปู้ฟางพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์แล้วเดินกลับเข้าครัวไป เขากลับมาพร้อมสุราหัวใจหยกเยือกแข็งหนึ่งเหยือก จากนั้นก็โยนเหยือกนั้นไปให้จีเฉิงเสวี่ย
องค์ชายสามสะดุ้งแต่ก็รับเหยือกไว้ได้ เขายิ้มอ่อนโยนแล้วเปิดผ้าคลุมเหยือก รินสุราลงจอก
ปู้ฟางเองก็รินให้ตนเองจอกหนึ่งเช่นกัน ทั้งสองยกจอกขึ้นชนกันดังกริ๊ก “ข้าขออวยพรให้เจ้าเดินทางปลอดภัย”
“ฮ่าๆๆ ขอบคุณ วันนี้เลี้ยงข้าหน่อยไหมเล่า หรือว่าจะลดราคาให้แทนก็ได้” จีเฉิงเส