ปตรงมาเกี่ยวกับเป้าหมายการมาเยือนร้านของเขาในวันนี้
จีเฉิงเสวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย หากอาหารโอสถทิพย์ของปู้ฟางสามารถทำให้เซียวเยียนอวี่ฟื้นจากการสูญเสียพลังชีวิตขั้นรุนแรงจนเกือบถึงแก่ความตายได้ ก็มีโอกาสที่ชายหนุ่มจะปลุกพี่หญิงของเขาให้ตื่นได้เช่นกัน
ตัวเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะมีความหวัง
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรอีก ทำเพียงดื่มสุรากันต่อไปเท่านั้น ระหว่างนั้นเซียวเหมิงก็แนะนำจีเฉิงเสวี่ยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่ต้องระวังไว้ตอนไปปฏิบัติภารกิจ
แม้จีเฉิงเสวี่ยจะเป็นองค์ชาย แต่ก็เป็นเพียงองค์ชายสาม มารดาของเขาเป็นสนมด้อยยศถาบรรดาศักดิ์ ตัวเขาเองจึงเทียบไม่ได้กับองค์ชายรัชทายาทจีเฉิงอันและอวี่อ๋องจีเฉิงอวี่ อีกทั้งจักรพรรดิยังไม่มองเขาเป็นคนโปรดด้วย หากเซียวเหมิงไม่ได้เป็นพี่เขยของเขาแล้วละก็ ป่านนี้องค์ชายสามอาจถูกองค์ชายรัชทายาทไม่ก็อวี่อ๋องลบออกจากสาแหรกตระกูลไปแล้วก็เป็นได้
นี่คือความจริงเบื้องหลังประโยคที่ว่า “เชื้อพระวงศ์ไม่มีวงศาคณาญาติ”
“ท่านต้องรักษาตนเองให้อยู่รอดปลอดภัยระหว่างปฏิบัติภารกิจ จำเอาไว้แม้ฝ่าบาทจะไม่โปรดท่าน แต่ท่านก็ยังเป็นองค์ชาย” เซียวเหมิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
จีเฉิงเสวี่ยพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนกระดกสุราหมดจอก
ทั้งสองพูดคุยพลางดื่มสุรากันต่อไป ทันใดนั้นเสียงไอก็ดังมาจากด้านนอกร้าน ร่างของชายชราเยื้องย่างเข้ามาอย่างช้าๆ
ดวงตาของจีเฉิงเสวี่ยและเซียวเหมิงหันไปมองผู