เพียงขนมปังนี้เท่านั้นที่ซื้อกลับบ้านได้พะย่ะค่ะ”
“อ้อ เจ้ากินอาหารจานอื่นในร้านเรียบร้อยแล้วรึ” จีฉางเฟิ่งถามเสียงเรียบพร้อมเหล่มองเหลียนฟู่ด้วยหางตา
“อืม รสชาตินั้นอร่อยเลิศล้ำเลยทีเดียว โดยเฉพาะซี่โครงเปรี้ยวหวาน…” เหลียนฟู่กำลังจะสาธยายคุณงามความดีของอาหารฝีมือปู้ฟาง ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงสายตาอ่านยากของจักรพรรดิ หัวใจของเขาสั่นไหวทันที ขันทีผมขาวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมคำนับ “เอ่อ ฝ่าบาท โปรดเมตตาข้าน้อยด้วยพะย่ะค่ะ!”
“ดูเหมือนเจ้าของร้านอาหารนั้นจะมีฝีมือพอตัวทีเดียว มิเช่นนั้นเจ้าคงไม่ชมเขาไม่ขาดปากเช่นนี้ เช่นนั้น… ข้าจะลองกินไอ้ขนมปังหอยนางรมนี่ดูก็แล้วกัน” จีฉางเฟิ่งเอ่ย
เหลียนฟู่ใจลิงโลดทันทีที่เห็นว่าจักรพรรดิมิได้กล่าวโทษเขา จึงรีบยืดหลังตรง เขาส่งจานอาหารเงินแท้ให้จีฉางเฟิ่ง แล้วหยิบมีดเล่มเล็กที่ใช้หั่นขนมปังหอยนางรมออกมา ขันทีถกแขนเสื้อขึ้นแล้วหั่นขนมปังออกเป็นสองซีก
กลิ่นหอมหวนของขนมปังหอยนางรมกระจายออกในบัดดล กลิ่นอ่อนๆ หายไป แทนที่ด้วยกลิ่นเข้มทันทีที่ขนมปังถูกผ่าครึ่ง ราวกับเป็นระเบิดกลิ่นหอมที่ถูกปลดสลัก
น้ำสีขาวชุ่มฉ่ำไหลออกจากซีกที่ถูกผ่าครึ่ง กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งจาน
ดวงตาของจีฉางเฟิ่งเป็นประกายขึ้นมาทันทีที่ได้กลิ่นหอมของขนมปังหอยนางรม เขาอุทานด้วยความประหลาดใจ “กลิ่นนี้หอมแต่ไม่แรงเกินไป อ่อนโยนแต่ไม่ยอมจางหาย เยี่ยม!”
เหลียนฟู่เองก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาไม