่ได้คาดคิดว่าขนมปังหอยนางรมจะหอมถึงเพียงนี้ หากกลิ่นยังดีถึงขนาดนี้ แปลว่ารสชาติจะต้องยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
จีฉางเฟิ่งเอื้อมมือออกไปหยิบขนมปังหอยนางรมซีกหนึ่งขึ้นมา เขามองขนมปังหอยนางรมอ้วนกลมในมือ และกัดลงไปอย่างรวดเร็ว รสชาติหอยนางรมระเบิดออกมาในปาก กระจายตัวเข้าไปในโพรงจมูกของเขา ทำให้รูขุมขนทั่วร่างกายเปิดกว้าง
ขอบของขนมปังทอดจนกรุบกรอบพอดี ผสานกับความนุ่มละมุนของหัวไชเท้าหั่นฝอย ก่อกำเนิดเป็นสัมผัสที่ยากจะลืมเลือน จีฉางเฟิ่งทำได้เพียงชมไม่ขาดปาก
“อร่อย! เป็นขนมปังหอยนางรมที่อร่อยอะไรเช่นนี้!”
เหลียนฟู่กลืนน้ำลาย ตัวเขาเองก็ดีใจเช่นกัน พลางคิดไปว่า “ฝ่าบาท ข้าดีใจเหลือเกินที่พระองค์พึงพระทัย มิเช่นนั้นแล้วหัวข้าคงหลุดจากบ่าเป็นแน่…”
หลังจากที่กินขนมปังหอยนางรมหมดไปครึ่งหนึ่ง จีฉางเฟิ่งก็อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปาก แล้วเช็ดคราบมันออกจากหนวด เขาหยิบขนมปังหอยนางรมอีกครึ่งขึ้นมากินหมดในเวลาไม่นาน
หลังจากที่กินขนมปังหอยนางรมหมดทั้งสองชิ้น จีฉางเฟิ่งก็หายใจออกด้วยความพึงพอใจ
“ข้าไม่ได้กินอาหารที่อร่อยถึงเพียงนี้มาสักพักแล้ว ร้านใจไม้ไส้ระกำนั่นดูจะมีฝีมืออยู่เหมือนกัน ข้าเริ่มสงสัยขึ้นมาเสียแล้วว่าอาหารจานอื่นจะรสชาติเป็นอย่างไร”
“ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ ร้านนั้นไม่อนุญาตให้นำอาหารจานอื่นออกจากร้าน… หากพระองค์ประสงค์จะเสวย ต้องเสด็จไปที่ร้านด้วยพระองค์เองเท่านั้นพะย่ะค่ะ” เหลียนฟู่รู้สึกขุ่นเคืองใ