“ท่านจะสั่งกลับบ้านจริงๆ รึ” จีเฉิงเสวี่ยมีสีหน้าประหลาดขณะมองเหลียนฟู่ ดวงตาขององค์ชายสามดูมีความขบขันเจืออยู่เล็กน้อย
“ใช่แล้วพะย่ะค่ะ ฝ่าบาทตรัสว่าอยากเสวยอาหารจากร้านนี้ ข้าจึงต้องรีบมาที่นี่ แม้ตัวข้าเองจะคิดว่าร้านนี้คงไม่มีอะไรอร่อยๆ น่ากินก็ตามที จะยอดเยี่ยมกว่าอาหารจากร้านปักษาเพลิงนิรันดร์หรือครัวหลวงไปได้อย่างไรกัน” เหลี่ยนฟู่พูดอย่างไม่ใส่ใจ พลางจีบมือและจับผมหน้าม้าตนเองเล่น
ตอนนั้นจีเฉิงสเวี่ยกินอาหารที่สั่งมาหมดแล้ว เขาลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสงบ แล้วพูดกับหัวหน้าขันทีด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ใช่เลย ท่านหัวหน้าขันที สิ่งที่ท่านพูดไม่ตรงกับความจริงแม้แต่น้อย ความสามารถในการทำอาหารของเถ้าแก่ปู้นั้นยอดเยี่ยมที่สุด อาหารของเขาคุณภาพสมราคาทุกเหรียญทุกผลึก”
เหลียนฟู่สะดุ้งเล็กน้อยพลางคิด “ขนาดองค์ชายสามยังชื่นชมร้านนี้ไม่ขาดปาก ดูเหมือนว่าร้านนี้จะพอมีคุณภาพอยู่บ้างสินะ”
“ข้าก็หวังเช่นนั้นเหมือนกันพะย่ะค่ะ ว่าแต่ฝ่าบาทมิได้สั่งให้ท่านไปทำภารกิจต่อกรกับสำนักน้อยใหญ่หรอกหรือ องค์ชายจะเสด็จออกจากนครหลวงเมื่อไรหรือพะย่ะค่ะ” เหลียนฟู่ดูเหมือนจะจำอะไรได้จึงถามออกมา
“อีกสองสามวัน” จีเฉิงเสวี่ยดูไม่สนใจคำถามแม้แต่น้อย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะจบบทสนทนา องค์ชายสามจ่ายเงินค่าอาหารแล้วเดินถือขนมปังหอยนางรมออกจากร้านไป
“ท่านขันที จะสั่งอะไรรึ” โอวหยางเสี่ยวอี้ถามเหลียนฟู่ด้วยน้ำเสียงน่าร