ัก
เหลียนฟู่เดินไปที่โต๊ะพร้อมสะบัดก้นลงนั่ง เขายกขาขึ้นไขว่ห้างแล้วถามพร้อมรอยยิ้ม “ที่นี่… อะไรอร่อยรึ”
“ท่านขันที หันไปมองด้านหลังสิ รายการอาหารเขียนอยู่บนผนัง” โอวหยางเสี่ยวอี้ชี้ไปที่ผนังเบื้องหลังเหลียนฟู่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เหลียนฟู่ประหลาดใจเล็กน้อย แต่เมื่อหันหลังกลับไป เขาก็เห็นรายการอาหารพร้อมราคาที่แพงจับใจ
“ตายๆๆ! สมแล้วที่เป็นร้านใจไม้ไส้ระกำอันเป็นที่โจษจันในนครหลวง ข้าวผัดไข่ชามละสิบผลึก นี่ง่ายกว่าวิ่งราวอีกนะเนี่ย” เหลียนฟู่เลิกคิ้ว เสียงแหลมสูงดูไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็นบนผนัง
ปู้ฟางเดินออกจากครัวมา พร้อมเช็ดหยดน้ำออกจากมือจนสะอาด เขามองไปที่เหลียนฟู่ด้วยสายตาไร้อารมณ์
“ราคาเขียนไว้ชัดเจน ร้านเราปฏิบัติกับลูกค้าอย่างเป็นธรรมเสมอ ลูกค้าตัดสินใจได้เองว่าจะกินหรือไม่กิน ไม่มีใครบังคับ” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบ
“ฮึ! เจ้านี่อารมณ์ร้ายเหลือทั้งที่ไม่แข็งแกร่งแม้แต่น้อย เจ้าคิดว่าข้ามีปัญหากับราคารึ ชีวิตนี้ข้าเกิดมาบนกองทองมั่งมีศรีสุข! ข้ารวยจนซื้อร้านเจ้าได้สิบร้านด้วยซ้ำไป!” เหลียนฟู่เย้ย
“ไม่ เจ้าใช้เงินซื้อร้านข้าไม่ได้” ปู้ฟางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าไม่อยากจะมาต่อล้อต่อเถียงกับคนบ้านนอกเข้ากรุงเช่นเจ้าหรอกนะ ข้ามีทรัพย์สินมากจนเอาเหรียญทองมากองทับเจ้าตายได้เลย!” เหลียนฟู่จีบมือและจับเล็บตนเองเล่นอย่างวางท่า ขณะมองปู้ฟางด้วยสายตาดูถูก
“เอาเป็นว่าข้าไม่พูดอะไรอี