กก็แล้วกัน เอาอาหารมา ข้าอยากลองทุกอย่าง หากอร่อยข้าก็จะซื้อกลับบ้าน”
“ร้านเราไม่ให้ซื้อกลับบ้าน มีแค่อาหารรายการเดียวที่ซื้อกลับได้” ปู้ฟางพูดหน้าเฉย
เหลียนฟู่ชะงักเล็กน้อย เขาจ้องมองปู้ฟางอย่างพิจารณา เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่ม ก็พลันรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่น หัวหน้าขันทีโกรธขึ้นมาทันที
“หากลูกค้าบอกให้เจ้าห่อกลับบ้าน ก็ต้องห่อกลับสิ นี่มันบ้าบออะไรกัน” เหลียนฟู่ไขว่ห้าง เขาชี้มือมาที่ปู้ฟางแล้วเอามืออีกข้างท้าวสะเอว พร้อมพูดเสียงเยาะ
“หือ จะก่อความไม่สงบภายในร้านรึ” ปู้ฟางขมวดคิ้วเอ่ย
เหลียนฟู่ตัวแข็งทื่อทันที พลางเหลือบตาไปมองเจ้าดำที่นอนอยู่ตรงปากทางเข้า มันยังแทะซี่โครงเปรี้ยวหวานอยู่ เมื่อนึกถึงประสบการณ์เลวร้ายที่เจ้าสุนัขสีดำตัวนี้ใช้ลมปากพัดเสื้อผ้าเขาปลิวกระจายไปหมด ร่างก็พาลสั่นเทาขึ้นมา
“ข้าไม่ได้จะมาก่อเรื่องนะ เอาอาหารออกมาให้ข้าลองชิมก่อนเถอะ” เหลียนฟู่ปากกระตุกและยอมรับความพ่ายแพ้ในที่สุด
“จะเอาอะไรเล่า”
“ข้าก็บอกไปแล้วมิใช่รึ เอามาทุกอย่าง” เหลียนฟู่ตอบอย่างหมดความอดทน
ปู้ฟางจ้องหน้าขันทีเหลียนอย่างไร้ความรู้สึกแล้วเอ่ยถาม “แน่ใจรึ”
เมื่อหัวหน้าขันทีผมขาวไม่ได้ตอบอะไรอีก ชายหนุ่มก็พยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าครัวไป
ผ่านไปสักพัก กลิ่นหอมหวนของข้าวผัดไข่ก็โชยเข้ามาในบริเวณห้องอาหาร
“อาหารจานแรก ข้าวผัดไข่สูตรธรรมดา เสี่ยวอี้ วานยกไปให้ลูกค้าที” เสียงเรียบของปู