ต่หัวจดเท้า ชายหนุ่มหัวเราะอย่างขมขื่น แต่ประกายในดวงตากลับสว่างขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าก็บอกไปแล้วมิใช่รึ… ว่าห้ามก่อความไม่สงบภายในร้าน ไม่เข้าใจหรืออย่างไร” เสียงไร้อารมณ์ดังขึ้นขณะที่เจ้าของร่างมองไปที่เซียวเยวี่ยและเหลียนฟู่ กำแพงล่องหนรอบกายชายหนุ่มหายไปแล้ว เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งที่ไร้แม้รอยขีดข่วน
เซียวเหมิงต่อยเจ้าขาวจนล่าถอยไป ก่อนก้าวเท้าไปข้างหลัง เมื่อได้เห็นสถานการณ์ภายในร้านแล้ว ภายในใจของแม่ทัพก็เต็มไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
และต้นตอของความไม่สบายใจนั้น… หัวใจของเซียวเหมิงเต้นไม่เป็นจังหวะ ขณะหันหน้าไปมองสุนัขสีดำตัวใหญ่ที่นอนอืดอยู่ตรงมุมร้าน
ตอนนั้นเอง… สุนัขสีดำตัวใหญ่ก็ลุกขึ้นยืน!
“หา เจ้าดำเนี่ยนะลุกขึ้นยืน” ปู้ฟางมองเจ้าดำด้วยสายตาตกใจมากราวกับเพิ่งค้นพบทวีปใหม่ เจ้าสุนัขขี้เกียจนั่น… ขยับตัวรึ!
เจ้าดำเดินเยื้องย่างกรีดกรายเหมือนแมวมาหยุดอยู่ที่เท้าขันทีเหลียน
ดวงตาของเจ้าสุนัขเหลือบขึ้นมองขันทีพร้อมความขี้เกียจเต็มสองเบ้าตา เหลียนฟู่ชะงักเล็กน้อย “เจ้าหมาดำนี มาจากไหนกัน”
“ชิ่ว… ไปวิ่งเล่นที่อื่นไป๊! อย่าเข้ามาใกล้ข้า!” เหลียนฟู่ปิดจมูกด้วยสีหน้ารังเกียจ โบกมือไหวๆ ไล่เจ้าดำให้ไปที่อื่น ในโลกนี้เขาไม่ชอบสุนัขที่สุดแล้ว!
เจ้าดำกรอกตาพร้อมคิด “ท่านสุนัขผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ก็เกลียดขันทีมากที่สุดในโลกเช่นกัน!”
หลังจากที่เยาะเย้ยขันทีในใจเรียบร้อย เจ้าดำก็เยื้องย่างเหมือนแม