ก่อนหันไปมองขันที… ผู้นั้น
“หา… ขันทีรึ” ปู้ฟางคิดพลางกะพริบตาปริบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นขันทีตัวเป็นๆ “น่าสนใจดี”
“จะเข้าร้านก็ได้ แต่ห้ามสู้กันหรือก่อเรื่องเป็นอันขาด มิเช่นนั้นคงรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ปู้ฟางพูดเรียบๆ
แม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงขมวดคิ้ว หากเข้าไปแล้วทำอะไรไม่ได้จะจับเซียวเยวี่ยได้อย่างไรกัน แม้เซียวเยวี่ยจะบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ใช่ว่าจะจับกันได้ง่ายๆ เพราะหมอนี่ต้องใช้กลเม็ดอะไรในการพยายามเอาตัวรอดอย่างแน่นอน
“ให้ตายเถิด! แค่เพราะว่าพวกเราสุภาพกับเจ้านิดหน่อย ก็คิดไปแล้วรึว่าตนเองช่างยิ่งใหญ่น่าเกรงขามเสียเต็มประดา… เป็นแค่พวกระดับสามแต่กลับทำตัวจองหองราวมีปราณระดับแปดขั้นเทพแห่งสงคราม ตายๆๆ ข้าละกลัวจริงๆ”
ก่อนที่เซียวเหมิงจะทันได้ตอบ เหลียนฟู่ก็เยาะเย้ยขึ้นมาก่อน เขาจีบมือชี้ไปที่ปู้ฟาง ยกอีกมือมาค้ำไว้ใต้คาง
ทันใดนั้นขนทั่วร่างกายของปู้ฟางก็ลุกซู่… ชายหนุ่มคิด “สวรรค์ช่วย… พี่ชาย ไม่เห็นจะต้องรุนแรงเลย เรามาคุยกันดีๆ ไม่ดีกว่ารึ”
ขวับ ขวับ ขวับ!
ขณะที่ทั้งสามกำลังเจรจากันอยู่ ร่างสองสามร่างก็ปรากฏตัวขึ้นในตรอก
โอวหยางซงเหิงมาถึงอย่างองอาจพร้อมด้วยพลังอำนาจเปี่ยมล้น ใบหน้าโกรธเกรี้ยว ตัวสั่นด้วยโทสะ เขาต่อกรกับจอมยุทธ์มากมายบนลานประหาร จนไล่ผู้ฝึกตนระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการไปได้หลายคน ทั้งยังฆ่าระดับห้าไปมากโข โอวหยางซงเหิงเปรียบเสมือนเครื่องจักรสังหารในคราบมนุษย