“เกิดอะไรขึ้นกัน! ทำไมถึงได้มีคนไม่ทำตามแผนที่วางไว้! หุนเชียนต้วน เจ้าสอนแผนให้ลูกน้องของตนเองประสาอะไร!”
ท่ามกลางฝูงชนในจัตุรัส สีหน้าของพ่อค้าในชุดคลุมลายปักที่กำลังยิ้มแป้นแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนทันที เขาหันไปถามชายชราหลังโก่งข้างกายตนด้วยเสียงแหบห้าว
ใบหน้าของชายชราหลังโก่งบูดเบี้ยว เขายืดตัวขึ้นตรง คำพูดที่ออกจากปากเย็นเยียบ “เซียวเยวี่ย อย่าริอ่านใช้คำพูดเช่นนี้กับข้า ข้าไม่ใช่ลูกน้องรองมือรองเท้าเจ้า…”
ใบหน้าของชายชรายังคงบิดเบี้ยวต่อไป ก่อนจะลอกคราบออกเหมือนสายน้ำไหล แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าซีดขาว ชายผู้นี้มีเบ้าตาลึกโหล ดวงตาดูราวกับมีเปลวไฟวิญญาณเต้นตุบๆ อยู่ภายใน
“ยอดเยี่ยมไปเลย! สำนักวิญญาณช่างไร้เทียมทานเสียจริง… หากแผนการของเราล้มเหลว คงเป็นความผิดใครไปไม่ได้นอกจากเจ้า” ร่างอ้วนของพ่อค้าผู้มั่งคั่งหดลงเรื่อยๆ เสื้อผ้าระเบิดออกเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งที่อยู่ภายใน
ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักน้ำแข็งที่อยู่ยั่งยืนมานับหมื่นปีหันไปมองหุนเชียนต้วนที่อยู่ข้างกาย เสียงกระบี่กังวานดังขึ้น พร้อมด้วยร่างของเซียวเยวี่ยที่ดีดขึ้นไปในอากาศ กระแสพลังปราณกระจายตามแรงอัด ชายหนุ่มพุ่งตรงไปที่ลานประหารทันที ทิ้งไอน้ำสีขาวไว้ตามทางที่ตนผ่าน
สีหน้าของหุนเชียนต้วนพลันเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง ก่อนพ่นลมเยาะอย่างเย็นชา เขาเขย่งเท้าแล้วกระโจนขึ้นไปในอากาศด้วยเช่นกัน ชุดคลุมสีดำเปิดออก พลังปราณเที่ยงแท