ไล่ตามมา ซึ่งคือแม่ทัพใหญ่เซียวเหมิงและขันทีผมขาวเหลียนฟู่
หน้าอกของหุนเชียนต้วนยุบลงไปภายใน ใบหน้าซีดขาวปราศจากซึ่งสีใดๆ ทั้งปวง
“หลบเข้าไปในตรอกนั่นเสีย เห็นร้านนั้นหรือไม่ เข้าไปซ่อนตัวข้างใน” เซียวเยวี่ยหันไปพูดกับหุนเชียนต้วน ขณะกอดโอวหยางเสี่ยวอี้เอาไว้ในวงแขนข้างหนึ่ง
ใบหน้าน่ารักของโอวหยางเสี่ยวอี้เป็นสีแดงก่ำ นางดีดแขนสะบัดขาไปมา หอบตัวโยนด้วยความโกรธ ทั้งยังตะโกนก่นด่าอย่างเผ็ดร้อน “ไอ้เซียวเยวี่ย! ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้!”
เซียวเยวี่ยไม่มีเวลามาสนใจโอวหยางเสี่ยวอี้ในตอนนี้ ดวงตาเย็นเฉียบของเขาจับจ้องอยู่ที่เซียวเหมิงและเหลียนฟู่ ส่วนร่างก็หลีกหนีไปที่ทางเข้าร้านพร้อมด้วยหุนเชียนต้วน
ดวงตาของปู้ฟางเพิ่งปิดลงตอนที่ได้ยินเสียงก่นด่าอันไม่มีใครเหมือนของโอวหยางเสี่ยวอี้ ชายหนุ่มเปิดตาขึ้นทันทีด้วยความงุนงง จากนั้นก็เห็นเซียวเยวี่ยที่บาดเจ็บไปทั้งตัวแบกโอวหยางเสี่ยวอี้เข้าร้านมา ทั้งยังมีชายที่ดูเหมือนผีตามเข้ามาด้วย
ปู้ฟางชะงักเล็กน้อย เกิดบ้าอะไรขึ้นกัน
เซียวเยวี่ยปล่อยโอวหยางเสี่ยวอี้ลงแล้วทรุดลงไปกองกับพื้น กระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ ไม่หยุด ชายหนุ่มหยิบโอสถออกมาจากกระเป๋าตรงอกเสื้อ แล้วกลืนเข้าไปทันทีเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
หลังจากที่ปฐมพยาบาลตนเองเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็หันมายิ้มให้ปู้ฟางด้วยใบหน้าซีดเซียว
“เถ้าแก่ปู้ มีคนมาก่อความไม่สงบในร้านของเจ้า… เจ้าจะเข้ามาห้ามทัพหรือไ