ขึ้นภายในนครหลวงอย่างแน่นอน! เจ้าไม่สังเกตรึว่าวันนี้มีทหารอารักขามากกว่าปกติหลายเท่าเชียว”
…
เมื่อโอวหยางเสี่ยวอี้ได้ยินบทสนทนาของลูกค้า นางก็ใจลอยทันที ในใจคิดไปว่า “จากที่พวกนี้พูดกัน ไม่ได้แปลว่าท่านพ่อและท่านพี่จะตกอยู่ในอันตรายรึ”
“เสี่ยวอี้ วานเอาอาหารไปให้ลูกค้าที” เสียงไร้อารมณ์ของปู้ฟางที่ลอยออกมาจากครัวทำให้เสี่ยวอี้ตื่นจากภวังค์
เมื่อเจ้าอ้วนจินและสหายกินอาหารเสร็จเรียบร้อย ปู้ฟางก็ทำขนมปังหอยนางรมเสร็จพอดี
ในกลุ่มเหล่าชายอ้วนมีอยู่หกคนด้วยกัน ทุกคนสั่งขนมปังหอยนางรมกันคนละชุด รวมแล้วเป็นขนมปังหนึ่งโหลพอดี จึงต้องรอสักพักกว่าจะทำเสร็จ
“นี่น่ะรึ ขนมปังหอยนางรม กลิ่นหอมเป็นบ้า” เจ้าอ้วนจินมองขนมปังสองชิ้นในมือที่ห่อมาในใบไผ่ แล้วก็ต้องกลืนน้ำลาย ขนมปังหอยนางรมสีเหลืองทองปล่อยกลิ่นหอมยั่วยวนออกมาจนทำให้น้ำลายสอ
กลุ่มชายอ้วนผู้ร่ำรวยเดินออกจากร้านเล็กๆ ของฟางฟางไปด้วยสีหน้าตื่นตาตื่นใจกับขนมปังหอยนางรมในมือ
“ตาจิน เราไปดูลานประหารกันหน่อยไหมเล่า เชลยเป็นถึงผู้ฝึกตนขั้นจักรพรรดิยุทธการหกคนเลยนะ จะหาโอกาสเช่นนี้ได้ที่ไหนอีก” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนพูดขึ้นมา ส่วนที่เหลือก็พยักหน้าเห็นพ้องต้องกันทันที
ด้วยเหตุนี้กลุ่มชายอ้วนที่ถือขนมปังหอยนางรมอยู่ในมือก็เดินอาดๆ ไปทางลานประหาร ในใจคิดว่าจะเดินไปกินไป และได้กลายสภาพเป็นผู้ชมที่กำลังยืนกินขนมปังหอยนางรมอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ในที่สุด